สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบุรี

อำเภอชะอำ

วนอุทยานเขานางพันธุรัต   ตั้งอยู่ที่บ้านเขาไม้นวล ตำบลเขาใหญ่  มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๕๖๒ ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงให้อนุรักษ์พื้นที่บริเวณเขานางพันธุรัตไว้เป็นมรดกของชาติเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาตำนานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับนางพันธุรัตในวรรณคดีไทยเรื่องสังข์ทอง อันทรงคุณค่าต่อประเทศไทย ดังตำนานกล่าวไว้ว่า นางพันธุรัตเป็นยักษ์รับพระสังข์มาเป็นบุตรบุญธรรมโดยนางและบริวารแปลงร่างเป็นมนุษย์ วันหนึ่งพระสังข์ได้เข้าไปในเขตหวงห้ามลงไปชุบตัวในบ่อทองเอาชุดเจ้าเงาะและของวิเศษเหาะหนี  นางพันธุรัตกลับมาไม่พบพระสังข์ก็ออกตามหา นางพยายามอ้อนวอนให้พระสังข์กลับแต่ไม่เป็นผล  นางพันธุรัตเสียใจจนอกแตกตาย   ตามตำนานเมืองเพชร พอนางพันธุรัตตาย พระสังข์ก็ได้จัดการทำศพ   ร่างของนางก็กลายเป็นภูเขา   ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า “เขานางนอนหรือเขานางพันธุรัต” จนถึงทุกวันนี้

พื้นที่วนอุทยานเป็นเทือกเขาหินปูนแวดล้อมด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง  เทือกเขามีความสวยงามโดดเด่นมองเห็นได้จากริมถนนใหญ่  ทอดยาวตามแนวเหนือ-ใต้ มองดูคล้ายนางยักษ์ (นางพันธุรัต) นอนอยู่   ทางทิศใต้เป็นโกศนางพันธุรัต   มีปฎิมากรรมธรรมชาติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตำนานเรื่องสังข์ทอง ทางวนอุทยานได้จัดทำเส้นทางสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร ผ่านจุดที่น่าสนใจอาทิ ยอดเมรุ กระจกนางพันธุรัต ลานเกือกแก้ว บ่อชุบตัวพระสังข์ รวมทั้งมีจุดดูนก จุดชมวิว ต้นไทรยักษ์บริเวณหุบวังเรือ และหินย้อยรูปพานยักษ์ในถ้ำมะยม กำแพงเมืองจีน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังในเขตวนอุทยานยังมีแหล่งประวัติศาสตร์คือ โบราณสถานทุ่งเศรษฐี อยู่บริเวณเชิงเขาจอมปราสาทด้านทิศตะวันออก เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ก่ออิฐสอดินฉาบปูนเหลือเพียงส่วนฐานและค้นพบโบราณวัตถุ จำพวกปูนปั้นและโบราณวัตถุอื่น ๆ อีกมาก จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานทุ่งเศรษฐีสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖)  ภายในบริเวณมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์เหมาะสำหรับการเข้าค่ายพักแรม  สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๒๔๓ ๓๖๖๒, ๐๘ ๙๙๒๒ ๒๙๕๐ 

การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบุรี ไปตามถนนเพชรเกษม (เพชรบุรี-ชะอำ)  กิโลเมตรที่ ๑๙๗-๑๙๘  (เลยโรงงาน outlet ใหม่ประมาณ ๑ กิโลเมตร ก่อนถึงแยกนิคม)  มีทางแยกซ้ายทางไปวัดป่าสุทธิคุณ เข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร 

                หุบกะพง  โครงการพระราชประสงค์หุบกะพง อยู่ในตำบลเขาใหญ่ และตำบลชะอำ อำเภอชะอำ  โครงการนี้เริ่มปี พ.ศ.๒๕๐๗  ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มชาวสวนผักชะอำที่ยากจนไม่มีที่ดินทำกิน จึงได้ให้คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ จัดหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน และได้รับความช่วยเหลือจากประเทศอิสราเอล ในการส่งผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาชนบทสาขาต่าง ๆ ภายใต้ชื่อโครงการไทย-อิสราเอล เพื่อพัฒนาชนบทหุบกะพง โครงการนี้เริ่มเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๐๙ ถึงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๔  คณะกรรมการได้เลือกที่ดินบริเวณหุบกะพงและทำการสำรวจวิเคราะห์ดิน แบ่งที่ดินให้เกษตรกรทำการเพาะปลูก จัดระบบชลประทาน  ศูนย์สาธิตทดลองการเกษตร  ปรับปรุงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชผลต่าง ๆ  ตามความต้องการของตลาด  แนะนำให้เกษตรกรรู้จักการปลูกพืชตามหลักวิชาการ และจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง ส่งเสริมให้เกษตรกรแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และทำหัตถกรรมเครื่องจักสานจากป่านศรนารายณ์และหญ้าแฝก     นักท่องเที่ยวสามารถซื้อผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์และหญ้าแฝก เช่น กระเป๋า หมวก รองเท้า ตะกร้า ผลไม้อบแห้ง ได้ที่ ศูนย์ศิลปาชีพป่านศรนารายณ์หุบกะพง เปิดให้ชมและเลือกซื้อทุกวันเว้นวันอังคาร เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. นอกจากนั้นในโครงการฯ ยังมี

ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง    ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาใหญ่  จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนที่สนใจศึกษาดูงานโครงการตามพระราชดำริ เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพ โดยจัดทำเป็นศูนย์นิทรรศการในอาคารคุ้มเกล้า จัดแสดงเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ภาพถ่ายในอดีต และการจำลองแบบบ้านหลังแรกของเกษตรกรที่ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่หุบกระพง  เครื่องจักรการเกษตร และกังหันน้ำชัยพัฒนาและยังสามารถเยี่ยมชมแปลงสาธิตของชาวบ้านหุบกระพง  ซึ่งเป็นหมู่บ้านสหกรณ์ตัวอย่างแห่งแรก  มีทั้งการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์ การเลี้ยงโคนม เป็นต้น  เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา ๐๘.๓๐ -๑๖.๓๐ น.  สำหรับหมู่คณะที่ต้องการเยี่ยมชมโครงการกรุณาทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า และยังมีห้องประชุมสัมมนา บ้านพักบริการสำหรับผู้ที่ต้องการจะจัดประชุมสัมมนา สอบถามเพิ่มเติมได้โทร. ๐ ๓๒๔๗ ๑๕๔๓, ๐ ๓๒๔๗ ๑๑๐๐

การเดินทาง ประมาณ ๔ กิโลเมตร ตามเส้นทาง ๓๒๐๓ ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๐๑-๒๐๒   จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลาดยาง เข้าไปอีก ๖ กิโลเมตร

หาดชะอำ   อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ๔๑ กิโลเมตร    มีทางแยกซ้ายเข้าชายหาด ระยะทาง ๒ กิโลเมตร   เป็นชายหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี    เดิมชะอำเป็นเพียงตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอหนองจอก แต่ภายหลังที่หัวหินมีชื่อเสียง  ที่ดินแถบชายทะเลถูกจับจองหมด   เจ้านายชั้นผู้ใหญ่สมัยนั้นจึงพยายามหาสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่     โดยการนำของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และได้พบว่าหาดชะอำเป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหิน ชะอำจึงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นมา   ชะอำได้รับการพัฒนาเจริญเติบโตขึ้น  และยกฐานะเป็นอำเภอจนปัจจุบัน

                การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขบวนการรถไฟพิเศษนำเที่ยวกรุงเทพฯ-ชะอำ   ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง  โทร. ๐ ๒๒๒๕ ๖๙๖๔

                ศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย ห่างจากอำเภอชะอำ ๑๔ กิโลเมตร  อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๒๒๐ เลี้ยวขวาไปทางเดียวกับวิทยาลัยเกษตรกรรมเพชรบุรี เข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร  เป็นศูนย์อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าหลายชนิด ภายในศูนย์ฯ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่  และมีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เม่น หมีขอ ละอง ละมั่ง กวาง เนื้อทราย นกยูง นกชาปีไหน ไก่ฟ้าหลังขาว เป็นต้น เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. สอบถามข้อมูลได้ที่โทร. ๐ ๓๒๕๙ ๓๒๕๒

สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี   ตั้งอยู่ที่ตำบลสามพระยา ไปตามถนนเพชรเกษมประมาณกิโลเมตรที่ ๒๑๔-๒๑๕ ในเนื้อที่ ๓๔๐ ไร่ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี ๒๕๔๕ รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์แห่งนี้ดำเนินการโดยมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการทำฟาร์มผสมผสานที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นที่เคยแห้งแล้งเนื่องจากการบุกรุกถางป่า  และได้รับการพัฒนาฟื้นฟูให้กลับคืนความสมบูรณ์ด้วยการจัดหาแหล่งน้ำควบคู่กับการเพาะปลูกพืช  และนำผลการทดลองที่ประสบผลสำเร็จนำไปขยายผลสู่เกษตรกร  เป็นแนวทางสู่เกษตรยั่งยืน ผู้สนใจสามารถเข้าศึกษาดูงานต่าง ๆ อาทิ การทำฟาร์มผสมผสาน การทำเกษตรตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ การทำเกษตรไร้สารพิษ เกษตรธรรมชาติ วนเกษตร การใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในระบบการปลูกพืช การใช้ประโยชน์ของสมุนไพร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมพรรณไม้หอมต่างๆ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เลื้อย พืชสมุนไพรกว่า ๓๐๐ ชนิด  และบริการนวดแผนไทย เปิดให้ผู้สนใจสามารถเข้าชมบริเวณได้ทุกวัน (หากมาเป็นหมู่คณะต้องการวิทยากรนำชมและบรรยาย  กรุณาติดต่อล่วงหน้า  ใช้เวลาชมประมาณ ๓ ชั่วโมง  ทางศูนย์รับจัดอาหารและบริการที่พัก)  ติดต่อ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิชัยพัฒนา ๗๗ หมู่ ๖ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ๗๖๑๒๐ โทร. ๐ ๓๒๕๙ ๓๑๐๐ โทรสาร ๐ ๓๒๕๙ ๓๑๐๐

                พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน   ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ   ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๑๖-๒๑๗ เลยหาดชะอำมา ๘ กิโลเมตร  เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๖  ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง”  ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า  ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา

พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีอาคารข้าราชบริพารฝ่ายหน้าเป็นบริวารหลายหลัง และมีแนวระเบียงยื่นลงสู่ทะเลเป็นที่ลงสรงน้ำ และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์  เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ   และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ  ๒  ครั้ง  คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร 

ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน  เป็นประจำทุกปี พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๐๐ น. ปิดวันพุธ  ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท รับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ    ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ  ค่ายพระรามหก  อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  โทร. ๐ ๓๒๕๐ ๘๐๓๙

อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร   ตั้งอยู่ภายในบริเวณค่ายพระรามหก ถนนเพชรเกษม (เข้าทางเดียวกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน)  ตำบลชะอำ  ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๔๘ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ และเพื่อฟื้นฟูพัฒนาสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณและที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดในบริเวณนี้ให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์    เป็นศูนย์ให้ความรู้เผยแพร่และฝึกอบรมระดับสากลด้านการอนุรักษ์พลังงาน  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ   เพื่อกระตุ้นและปลูกฝังจิตสำนึกของประชาชนให้เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม  เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทุกคนมีโอกาสที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  สถานที่น่าสนใจภายในศูนย์มี

                ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม  เป็นศูนย์การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพลังงาน การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม  โดยมีการจัดนิทรรศการในลักษณะของ "การสื่อสาร ๒ ทาง (Two Ways Communication)"  โดยนิทรรศการจะแบ่งออกเป็น ๘ สถานี  ซึ่งแต่ละสถานีจะเป็นการนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป  อาทิ แบบจำลอง  หุ่นจำลอง  การสาธิตและทดลองทำ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ศูนย์การเรียนรู้ที่มีสื่อการเรียนรู้ต่างๆ  ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล ห้องประชุมขนาดเล็กขนาด ๓๐ - ๔๐ ที่นั่งและห้องประชุมขนาดใหญ่ ๒๐๐-๓๐๐ ที่นั่ง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น

          ค่ายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และ ค่ายสิ่งแวดล้อมนานาชาติ เป็นสถานที่สำหรับการเข้าค่ายพักแรมสำหรับองค์กรต่างๆ ทั้งเป็นหมู่คณะและบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาหาความรู้ในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาไทย  ภายในค่ายมีบริการบ้านพักเป็นหลัง บ้านพักรวมและลานกิจกรรม  นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสกับ ห้องเรียนธรรมชาติ ภายในอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อาทิ  ป่าชายเลน ป่าชายหาดและป่าบก  การฟื้นฟูสภาพดินเสื่อมโทรม  การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง  หอดูนก การสาธิตสูบน้ำโดยใช้พลังงานลม การสาธิตการสูบน้ำโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นต้น หมู่คณะที่สนใจเข้าชม ติดต่อล่วงหน้าได้ที่  มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิริธร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โทร. ๐ ๓๒๕๐ ๘๓๙๖, ๐ ๓๒๕๐ ๘๓๕๒  www.sirindhornpark.or.th

ข้อมูลทั่วไป
ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา
ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี
สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

สินค้าพื้นเมือง-ของที่ระลึก
แผนที่

***ข้อมูล : จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย