กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้

      หย่งเหลียนเกิดมารผจญมาก ที่เห็นขุนพลเทพเสื้อเกราะทอง มือถือค้อนทองแปดเหลี่ยมมาในถ้ำแล้วฟาดลงที่กลางกระหม่อมของหย่งเหลียน ทำให้เธอตกใจสุดขีดร้องโวยออกมาลั่นถ้ำ ทำให้อีกสองคนต้องออกจากสมาธิมาดู เห็นสภาพผิดไปอย่างนั้น จึงร้องเรียกหย่งเหลียนว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ร้องเสียงหลงขึ้นมา ถึงตอนนี้หย่งเหเลียนจึงรู้สึกตัวว่าตนกำลังฝันได้สติแล้วก็เห็นว่าทั้งสามนั่งอยู่ในถ้ำ ไม่เห็นมีน้ำมีไฟและมีขุนพลอยู่ที่ไหน จึงรู้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นภาพมายา จึงเล่าเรื่องที่ฝันให้คนทั้งสองฟัง ไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสว่า หย่งเหลียนเอ๋ย! ทำไมจึงพบกับมารผจญเช่นนี้
      คงเป็นเพราะตอนกลางวันพบกับเหตุการณ์ที่ตื่นตระหนกของงูเหลือม ดังนั้นสติจึงไม่สงบจึงเป็นเช่นนี้ ดีที่ขุนพลทำให้เธอตกใจตื่น ถ้าไม่อย่างนั้นเธอคงจะสูญเสียแรงงานไปอีกแยะ หย่งเหลียนรับว่าใช่ๆ ตอนนั้นฟ้าเริ่มสางแล้ว ทั้งสามจึงเก็บสัมภาระแล้วลุกออกจากถ้ำหาทางขึ้นเขา พร้อมกับเก็บผลไม้ป่ารับประทานบรรเทาอาการหิวเดินไปอีกจึนถึงเที่ยงก็พลันมองเห็นหมีขาวแต่ไกลๆ เดินมาทางนี้ ดูเหมือนมันยังไม่เห็นคนทั้งสาม ไต้ซือเมี่ยวส้านรีบดึงแขนคนทั้งสองหลบไปในต้นไม้แล้วพูดเบาๆ ว่าถ้าเราหลบพ้นก็จะดี ถ้าหลบไม่พ้นก็ให้ล้มตัวนอนแล้วกลั้นหายใจทำเหมือนคนตายจะหายใจไม่ได้เลย
      ก็อาจจะพ้นภัยครั้งนี้ได้เมื่อเจ้าหมีขาวเดินเข้ามาใกล้บุคคลทั้งสาม มันก็ได้กลิ่นสาบคนก็เที่ยวมองหารอบด้านทั้งสามเห็นเช่นนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนพื้นแล้วกลั้นหายใจทำเป็นตาย เมื่อหมีขาวตามหาเข้าไปในป่าก็พบคนทั้งสาม จึงยืนนิ่งไม่ขยับแล้วสังเกตอยู่จนนานครู่หนึ่ง เห็นพวกนั้นไม่กระดุกกระดิกไม่มีสุ้มเสียงไม่มีลมหายใจเหมือนกับคนที่ตายแล้ว มันก็ร้องงุ่นง่านอยู่ไม่กี่ทีอันแสดงถึงความผิดหวัง แล้วมันก็จากไปโดยไม่หันหัวกลับมาดูอีกเลย ไต้ซือเมี่ยวส้านเห็นหมีขาวเดินไปไกลมากแล้วจึงเรียกคนทั้งสองลุกขึ้นที่จริงพวกหมีขาวนี่มันเกลียดที่สุดก็คือคนที่ตายแล้ว มันจะไม่เข้าไปใกล้ศพเลย ไต้ซือเมี่ยวส้านรู้นิสัยของมันดีจึงใช้วิธีนี้หลบภัย
      เมื่อทั้งสามออกจากป่าแล้วก็เดินไปตามทางเดิน เดินไปได้อีกประมาณเจ็ดลี้ทั้งสามรู้สึกคอแห้งลิ้นแห้ง เหน็ดเหนื่อยเต็มที่ พอดีไปเจอะห้วยเข้า ไต้ซือเมี่ยวส้านจึงตรัสว่าเราพักให้หายเหนื่อยกันสักพัก หาน้ำมาดื่มกันก่อนแล้วค่อยเดินต่อไป ทุกคนก็หาที่นั่งลงบนก้อนหิน หย่งเหลียนก็นำเอาบาตรแล้วเดินลงไปที่ห้วย ตักเอาน้ำใสๆ มาได้ครึ่งบาตรแล้วถวายให้ไต้ซือเมี่ยวส้านดื่มก่อน จากนั้นก็เอาให้แม่อุปถัมภ์ดื่มต่อแล้วตนเองจึงดื่มทีหลัง แล้วนั่งลงเก็บก้อนหินเล็กๆ ขว้างปาลงไปในห้วย ดูน้ำที่กระเด็นเป็นการเพลินๆ ไต้ซือเมี่ยวส้านเห็นแล้วก็ทรงยิ้งแล้วตรัสกับหย่งเหลียนว่า หินกระทบทำให้น้ำกระเด็น นี่ก็มีปริศนาธรรมซ่อนอยู่เธอมองออกไหม หย่งเหลียนทูลว่า ขอให้ท่านไต้ซือตรัสก่อนเพคะ ไต้ซือเมี่ยวส้านจึงตรัสว่า น้ำเดิมที่สงบ

      เมื่อถูกหินของเธอขว้างไปกระทบเข้าก็กลายเป็นเคลื่อนไหวกระเด็นขึ้นมา สงบนิ่งไม่เคลื่อนไหวหนึ่ง ทำให้เกิดการผันแปรขึ้น หย่งเหลียนทูลว่า ไม่ถูกๆ! เพคะ น้ำต่างหากที่เคลื่อนไหว ท่านไม่เห็นหรือแม้กระหม่อมจะไม่เอาหินขว้างลงไป น้ำมันก็ไหลทั้งคืนทั้งวัน ก้อนหินต่างหากที่สงบ ถ้าหากหม่อมฉันไม่ขว้างก้อนหินมันก็จะไม่ลอยไปลงในห้วยได้เองไต้ซือเมี่ยวส้านพยักหน้าพร้อมตรัสว่า เจริญพร ! เจริญพร! ในขณะนั้นเองก็มีก้อนหินก้อนหนึ่งลอยมากระแทกที่ศีรษะของหย่งเหลียนเข้า เธอร้องขึ้นอย่างแปลกใจว่า ความสงบก็เคลื่อนไหวได้ ควาามเคลื่อนไหวก็สงบลงได้ เช่นกัน ไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสว่า นี่ก็มองออกอีกชั้นหนึ่ง
      ขณะที่พวกเขากำลังสนทนาฌานกันอยู่ที่ฟากกระโน้นของห้วยก็มีเสียงเจี๊ยกๆ ของฝูงลิงออกมา หย่งเหลียนจึงรู้ว่า ก้อนหินเมื่อครู่นี้เป็นฝีมือของลิงเพราะฝูงลิงเห็นหย่งเหลียนปาก้อนหินลงไปในน้ำ พวกมันก็เลยปาก้อนหินมาใส่คน ลองคิดดูซิคนทั้งสามจะทนต่อฝูงลิงห้าสิบตัวที่ปาก้อนหินใส่ไหวหรือ ทั้งหย่งเหลียนและแม่อุปถัมภ์ลุกขึ้นเตรียมตัวจะวิ่งหนี แต่ไต้ซือเมี่ยวส้านทรงร้องว่า อย่าวิ่งๆ ถ้าเราวิ่งพวกลิงก็จะวิ่งตามมา พวกมันว่องไว เราไม่มีทางหนีพ้นพวกมัน แถมอาจถูกพวกมันทำร้ายเอา รับมือพวกมันยากฉันคิดว่าพวกลิงมีนิสัยว่องไว และชอบเลียนแบบคน ให้เราสามคนยืนเป็นแถวเดียวกัน แล้วเดินไปข้างหน้าเดินสามก้าวแล้วคุกเข่าลงไหว้ครั้งหนึ่ง ถ้าหากพวกลิงมันเลียนแบบพวกเราแม้มันจะตามมาข้างหลังก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะมาทำร้ายพวกเราเมื่อตัดสินใจแล้ว ทั้งสามก็ยืนเรียงหน้าเป็นแนวเดียวกัน เดินสามก้าวคุกเข่าลงไหว้หนึ่งครั้ง เมื่อฝูงลิงเห็นพวกเขาทำแบบนั้นก็คิดว่าดีจึงเลียนแบบบ้าง ตลอดเส้นทางเดินไปไหว้ไปมันจะไม่หยิบหินขึ้นมาปาอีก
      การเดินสามก้าวคุกเข่าลงไหว้ครั้งหนึ่งนี้เป็นกลอุบายที่จะหลบเลี่ยงพวกลิงที่ไต้ซือเมี่ยวส้านคิดขึ้น ต่อมาภายหลังคนที่นับถือพุทธศาสนาก็ยึดเอาเป็นแนวทางที่ต้องทำ ไม่ว่จะขึ้นเขาลูกไหนก็จะเดินสามก้าวไหว้หนึ่งครั้งจนกว่าจะถึงยอดเขาตำนานเกิดจากตอนนี้เอง พวกเขาทั้งสามคนเดินไปไหว้ไปพวกลิงก็เอาอย่าง เดินไปไหว้ไปทำเช่นนี้ไปอีกไกล จนกระทั่งได้ยินเสียงกระพือปีกมีลมพัดมาหวีดหนึ่ง ทั้งสามแหงนหน้าขึ้นดูก็แลเห็นนกอินทรีตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังบินร่อนอยู่บนเวหานกตัวนี้ใหญ่กว่าปกติมากนัก มันสามารถบดบังแสงอาทิตย์ได้เมื่อมันกระพือปีกก็จะเกิดลมพัดหวีดมาอย่างแรง
      พวกลิงเหล่านี้ไม่เกรงกลัวอะไรนอกจากพวกนกเหยี่ยวเพราะมันบินมาจากข้างบน หลบหลีกลำบาก กรงเล็บก็ค่อนข้างจะแหลมคมนกจะโฉบลงมาจับลิงแล้วบินขึ้นไป มันจิกไม่กี่ทีลิงก็ตาย ถ้าลิงออกแรงต่อสู้มันก็จะปล่อยกรงเล็บ ลิงก็จะตกลงจากที่สูงลงมากระแทกพื้นตาย ต่อมามันก็จะบินลงมาจิกกินสมองลิง ด้วยเหตุนี้ พอพวกลิงเห็นนกพวกนี้เข้ามันก็จะกลัวเหมือนพวกหนูที่กลัวแมว ตอนนี้ที่เห็นก็เป็นนกอินทรีอีกด้วย นิสัยลิงว่องไวมากเมื่อมันได้ยินเสียงกระพือปีกบนท้องฟ้าเท่านั้นมันก็รู้แล้วว่ามีศัตรูมา มันนจะพากันร้องเจี๊ยกๆ แล้วก็วิ่งหนีเข้าป่าไป ไหนเลยจะมัวมาหัดเดินสามก้าวไหว้หนึ่งนี้อีก มันหนีกันชุลมุนไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ไต้ซือเมี่ยวส้าน เห็นพวกลิงหายไปหมดแล้วก็เลิกไหว้ค่อยๆ เดินขึ้นเขาไปจนกระทั่งถึงค่ำจึงหาถ้ำเพื่อพักผ่อน โชคดีตลอดทางที่มีถ้ำหินผาให้พักมากมาย
      พอดึกก็นั่งเข้าฌานปลอดภัยจนถึงเช้า จึงเริ่มออกเดินทางใหม่เป็นแบบนี้ไปได้สามวันเต็มๆ จึงมาถึงครึ่งเขา พอผ่านครึ่งเขาขึ้นไปอีกสภาพรอบ ๆก็เปลี่ยนไปอย่างมากตั้งแต่เชิงเขามาถึงกลางเขาอากาศแม้จะเย็นบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้มือเท้าแข็งทื่อ พอเลยกลางเขาขึ้นมาแล้วแต่ละก้าวก็เย็นลงทุกที หิมะบนยอดเขาที่ถูกลมพัดลงมาเหมือนกับมีดที่บาดเนื้อ น้ำที่เปียกอยู่ตามพื้นก็จับตัวกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหนาวทั้งลื่นเดินลำบากจริง ๆ ตลอดทางก็มีแต่สนที่หนาทึบเท่านั้น ต้นไม้ชนิดอื่นไม่เห็นเลย จะหาอะไรมารับประทานแก้หิวก็หาไม่ได้ หย่งเหลียนเห็นสภาพนี้แล้วก็ร้องด้วยความทุกข์ยากในใจ ท้องก็หิวกายก็หนาว หากยังเป็นเช่นนี้ไปตลอดทาง คงทำให้เลือดในกายแข็งตัวแน่ๆ แล้วจะทำอย่างไรดี
      แม้แต่แม่อุปถัมภ์ก็รู้สึกเช่นนั้น จึงทำหน้าย่นคิ้วขมวดมีแต่ไต้ซือเมี่ยวส้านมีความศรัทธาแน่วแน่เดินไม่หยุดราวกับท่อนไม้แม้แต่พระบาทเปลือยเปล่าก็ยังไม่รู้สึกทุกข์ยากเลยแม้แต่น้อย เดินไปได้กว่าครึ่งวันจึงเห็นต้นเกาลัดสองต้น ข้างบนต้นมีขนปกคลุม หย่งเหลียนจึงสอยลูกเกาลัดลงมาหลายลูก แล้วใช้เท้ากระแทกให้แตกแล้วแบ่งกันรับประทาน พอรับประทานกันจนอิ่มแล้ว ความหนาวเหน็บก็ค่อยๆ ลดน้อยลง รู้สึกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกมากที่เดียว จึงเดินต่อกันไปอีก ฟ้ามืดแล้วก็มองหาถ้ำเพื่อพักผ่อน
      คืนนี้อากาศหนาวเหลือเกิน หย่งเหลียนทนไม่ไหวได้แต่ร้องหนาวๆ ไม่หยุด แม่อุปถัมภ์ก็ร้องว่า อากาศหนาวเหน็บกระดูกแทบทนไม่ไหว หากใช้กิ่งไม้ก่อไฟขึ้นมาเพื่อผิงไฟก็จะดีนา! ไต้ซือเมี่ยวส้านว่า พวกเธออย่าร้องกันได้ไหม กลางคืนอย่างนี้จะเอาไฟมาจากไหน ถึงแม้จะเอาหินถูกันจนทำให้เกิดไฟแสงไฟก็จะส่องไปทั่ว อาจทำให้พวกสัตว์มันตื่นตัวแล้วเดินมาตามแสงไฟ จะมีเป็นการแส่หาเคราะห์หรอกหรือ อย่างไรก็ทำไม่ได้ ถ้าเราจะสำเร็จธรรมก็ต้องมีความศรัทธาเป็นหนึ่ง รวบรวมจิตญาณ ร่างกายยิ่งได้รับความเจ็บปวด จิตญาณก็ยิ่งจะแข็งแกร่ง พลังงานก็จะเพิ่มขึ้น
      รอคอยจนกว่าจะพ้นเคราะห์พ้นความลำบากแล้ว จิตญาณก็จะแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดมันจะไม่แยกสลายนิจนิรันดร์ จึงจะสำเร็จธรรมได้ เมื่อสำเร็จมรรคผลแล้ว ก็ละทิ้งร่างกายนี้ จิตญาณนี้ก็จะเป็นอมตะ หมื่นพันโลกธาตุก็ไปได้ไม่ติดขัด มีอภิญญายิ่งใหญ่ อะไรก็ทำได้ถ้าเราสามคนคิดจะบรรลุมรรคผล ความทุกข์ลำบากจากความหิวความหนาวก็ต้องทนรับ ถ้าทนรับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ไมได้ ก็จะมีความหวังที่จะได้ธรรมอันเป็นหลักฐานให้เห็นจริงได้อย่างไรพวกเราก็ผ่านความทุกข์ยากมาไม่น้อยแล้ว เหมือนกับการสร้างเจดีย์ที่ขาดเพียงแต่ยอดเท่านั้น พวกเธอยอมละทิ้งแรงงานที่ทำมาหมดหรือ คำพูดเหล่านี้ทำให้ทั้งสองคนเห็นธรรมสว่างไสวขึ้นมา นั่นคือ   แรงงานสำเร็จไปแล้วเก้าส่วน จะยอมให้ส่วนเดียวทำลายหรือ

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ