กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง

      ไต้ซือเมี่ยวส้านทรงเห็นว่าที่ดินบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่มีการปลูกข้าวและข้าวเหนียวเลย จึงได้กล่าวกับหลู่หวินว่าท่านเศรษฐี ที่ดินของท่านดีออกอย่างนี้ ไม่คิดจะปลูกข้าว ข้าวเหนียวบ้างหรือ มีแต่ข้าวฟ่างเท่านั้น จึ่งเกิดกการขาดแคลนอย่างมากตอนนี้ไไต้ซือก็มีข้าวเปลือกอยู่ในถุงอยู่หลายลิตร ในนั้นมีทั้งข่าวเปลือกและข้าวเหนียว จะมอบให้ท่านไว้เป็นเม็ดพันธุ์ หลู่หวินได้ฟังแล้วต่างก็แสดงความยินดีถึงกับเต้นไปรอบๆ ขอบคุณฟ้าดินไต้ซือเมี่ยวส้านได้เรียกให้แม่อุปถัมภ์แก้ถุงผ้าออกแล้วมอบให้หลู่หวิน แล้วให้แยกข้าวเปลือกออกเป็นข้าวเจ้าและข้าวเหนียวจากนั้นก็สอนวิธีเพาะปลูกให้พวกเขารู้อย่างละเอียด หลู่หวินกล่าวขอบคุณไม่รู้จักจบ แล้วต่างก็แยกกย้ายไปนอน
      เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ทุกคนมาพบกันที่ห้องโถง ไต้ซือเมี่ยวส้านถามถึงอาการดีขึ้นแล้วท้องก็หยุดเดิน ทั้งสามคนก็พลอยยินดีด้วย เมื่อหลังอาหารเช้าแล้วไต้ซือเมี่ยวส้านก็จะอำลาจากไป แต่หลู่หวินกับไม่ยอมให้คนทั้งสามไป เพราะการไปภูเชาซวีหนีซันต้องผ่านเขาเทียนหม่าฟง แต่เมื่อครั้งปีที่ผ่านมานี้เกิดมีเสือมาอยู่ถึงสี่ตัวคอยเที่ยวกินสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านเพราะฉะนั้นเส้นทางสายนี้จึงไม่มีใครกล้าเดินผ่าน บุคคลท้งสามก็ล้วนอ่อนแอแล้วจะไปได้อย่างไรกัน สู่รออยู่ที่หมู่บ้านสักระยะหนึ่งก่อน รอให้หลู่หวินตามหาพวกนายพรานให้เข้าไปปราบเสือเสียก่อน
      หลังจากนั้นแล้วคอยพาท่าานทั้งสามคนข้ามเขาไปประการแรกเป็นการขจัดเสือ ประการสองเป็นการตอบแทนพระคุณทั้งสามคน ตอนนี้อย่างไรเสียก็ให้ไปไม่ได้ ไต้ซือเมี่ยวส้านหัวเราะแล้วตรัสว่า ไม่เป็นไรๆ! เสือร้ายเป็นจ้าวป่าของพุทธบริษัทเราเป็นพุทธมามกะ มันคงไม่ทำร้ายพวกเราหรอก ขอให้ท่านเศรษฐีเชื่อใจได้ พวกเราอยากจะไปเขาซวีหนีซันกันเต็มที่แล้วไม่กล้าหยุดรอที่นี่ ความหวังดีของท่านเศรษฐีพวกเราน้อมรับไว้ในใจก็แล้วกัน หลู่หวินก็ยังไม่กล้าให้ไปอยู่ดี ทั้งสองฝ่ายโต้แย้งกันอยู่สักครู่ หลู่หวินจึงพูดขึ้นว่า หากท่านทั้งสามจะต้องไปให้ได้ละก็ ให้พวกเราคัดเลือกพวกวัยฉกรรจ์สักกลุ่มหนึ่ง ทุกคนมีอาวุธครบมือ จะช่วยป้องกันให้ทั้งสามท่านข้ามเทียนหม่าฟงไป จะได้ไม่เกิดปัญหา ไต้ซือเมี่ยวส้านจะทัดทานอย่างไรก็ไม่ฟัง ก็ยินยอมตาม ชั่วเวลาไม่นานก็ระดมคนวัยฉกรรจ์ได้ 32 คน แต่ละคนมีมีดมีกระบองเป็นอาวุธ
      เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่หน้าหมู่บ้านแล้วไต้ซือเมี่ยวส้านจึงได้อำลาหลู่หวินพร้อมกับแม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนเมื่อออกนอกประตูหมู่บ้านมาแล้ว ไต้ซือเมี่ยวส้านจึงขึ้นทรงช้างตรงไปสู่ภูเขาเทียนหม่าฟง หลู่หวินและชาวบ้านพากันเดินทางมาส่งอีกไกลจึงหยุด ทั้งสามคนพร้อมกำลังวัยฉกรรจ์คอยคุ้มกันทางขึ้นสู่ยอดเขาเทียนหม่าฟงมีสองทาง ทางตะวันตกค่อนข้างอันตราย ป่าไม้หนาแน่น สัตว์ร้ายซ่อนตัวได้ง่าย ทางตะวันออกราบเรียบกว่า ต้นไม้เบาบาง คิดว่าจะปลอดภัยกว่า เพราะว่าพวกวัยฉกรรจ์ต้องการหลบเลี่ยงจากเจอะเจ้าเสือร้าย จึงเลือกเดินผ่านหุบเขาตะวันออก โดยไม่คาดฝันเหนือการคาดเดาของคนที่คิดจะหลบเสือกับต้องเผชิญหน้ากัน
      ถ้าตอนนั้นเลือกเดินทางหุบเขาตะวันตกก็จะไม่มีเรื่องเมื่อมาทางหุบเขาตะวันออกแล้วก็ไม่พ้นจากฉากอันระทึกใจ ทั้งหมดเข้าสู่หุบเขาเส้นทางค่อยๆเอียงลาดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินมาทางกึ่งกลางของภูเขา มีคนหนึ่งที่ชำนาญการเดินทางจึงพูดเตือนพรรคพวกว่าพวกเราระมัดระวังกันหน่อย กลัวว่าเจ้าวายร้ายจะซ่อนอยู่ตามพงหญ้า พวกเราให้เตรียมอาวุธให้ดี ทุกคนก็ร้องตอบรับกันเสียงดัง เพราะเสียงนี้เองจึงทำให้เสือรู้สึกตัวขึ้น มันมีอยู่ด้วยกันสองตัวมันออกมากันจากถ้ำทางตะวันตก เรื่อยมาจนถึงตะวันออกยังหาอะไรกินไม่ได้ ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้วพวกมันกำลังอ่อนเพลีย จึงหมอบพักอยู่ในพงหญ้า
      ทันใดนั้นที่ได้ยินเสียงคน พอดีกำลังหิว จึงคำรามออกมาดังๆ แล้วแยกย้ายออกมาทางซ้ายตัวทางขวาตัว วิ่งตรงเข้าหาคน ไต้ซือเมี่ยวส้านตกใจไม่น้อย กำลังร้องให้ช่วยก็พลัดตกจากหลังช้าง หย่งเหลียนก็ล้มลงที่พื้นด้วยกำลังที่จะลุกขึ้นพวกคนหนุ่มก็ตีวงล้อมเข้าหาเสือร้าย เสือร้ายนั้นรู้ตัวว่องไว้เมื่อเห็นมีคนหกล้มอยู่ที่พื้น ก็หันหลังละจากพวกคนหนุ่ม แล้ววิ่งตรงเข้าหาคนทั้งสาม พวกคนหนุ่มก็เข้าช่วยอย่างเต็มที่ แต่ก็สกัดเสือได้ตัวหนึ่ง ส่วนอีกตัวหนึ่งก็วิ่งเข้าใกล้ตัวไต้ซือเมี่ยวส้านไม่ทันการเสียแล้ว ! พวกคนหนุ่มวิ่งมาไม่ทันแล้วทันใดนั้นช้างเผือกนั้นก็ถลันเข้าขวางทางเสือ
      เมื่อเสือเข้ามาใกล้มันก็เอางวงตวัดรัดตัวเสือเอาไว้ แล้วออกแรงเหวี่ยงออกไปสุดกำลังเจ้าเสือร้ายกระเด็นออกไปไกลหลายสิบฟุตแล้วกระแทกกลางบนหินทำให้มีหลังหักลุกไม่ขึ้น พวกคนหนุ่มเห็นช้างฆ่าเสือไปแล้วตัวหนึ่งทำให้พวกเขามีกำลังใจขึ้นจงพร้อมใจกันกำจัดเสือไปได้อีกตัวหนึ่งขณะที่กำลังชุนลมุนอยู่นั้น เสียงก้องไปถึงหัวเขาทำให้เสือที่หลับอยู่อีกสองตัวทางยอดเขาตะวันตกตื่นขึ้นมา เมื่อมันตื่นขึ้นมาไม่เห็นเพื่อนอีกสองตัวก็คงรู้ว่ากำลังต่อสู่อยู่ที่นั่นจึงออกจากถ้ำมา มันตรงมาตามเสียง รวดเร็วดุจลมพัน ทะยานตัวลอยมา ผ่านสันเขามาตามทิศทางเสียง
      เมื่อพวกคนหนุ่มเห็นว่า ได้ฆ่าเสือไปแล้วสองตัว กำลังคิดจะมาพยุงคนทั้งสามขึ้น ก็พลันได้กลิ่นฉุนจากลมพัดจึงร้องขึ้นว่า แย่แล้ว ! ไอ้สองตัวนั้นมาแล้วจึงทำให้ทุกคนเตรียมอาวุธพร้อมต่อสู้ศัตรู ส่วนช้างเผือกก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า มันรอจนกว่าเสือจะเข้ามาใกล้แล้วใช้งวงตวัดรัดตัวเสือแล้วกระแทกลงพื้นทำให้เสือตัวหนึ่งกองลงอยู่กับพื้น พวกคนหนุ่มก็พร้อมใจกันเข้ารุมตีแทง เป็นอันว่าตายลงไปอีกหนึ่งตัว ส่วนตัวที่เหลือเมื่อเห็นว่าเพื่อนมันถูกฆ่าก็คำรามโกรธ ทะยานตะปบเขี้ยวเล็บลงที่ตัวช้าง ช้างมีอาวุธอยู่งวงเท่านั้น แต่ทิศทางไม่ถนัดใช้โชคดีที่หนังมันหนา แม้จะถูกตะปบกัดก็ไม่ถึงกับเป็นอะไร มันคงใช้งวงเข้าต่อสู้ พวกคนเหล่านั้นเห็นเสือตายไปแล้ว 3 ตัว ถึงรู้ว่าเสือตัวที่เหลือนี้ดุร้าย ต่างก็ไม่พรั่นพรึง พร้อมใจกันเข้าช่วยเหลือช้างต่อสู้เจ้าเสือร้ายต่อสู้จนหมดแรง จึงหมอบลงกับพื้น ก็ถูกคนเหล่านั้นรุมแทงจนตาย ถึงกระนั้นก็มีหลายคนถูกมันตะปบเอาบ้างเสือร้ายแห่งเทียนหม่าฟงถูกขจัดหมดสิ้นแล้ว เสือร้ายทั้งสี่ถูกคนเหล่านั้นแบกกลับหมู่บ้าน
      ไต้ซือเมี่ยวส้านได้ผ่านช่วงนาทีวิกฤตไปแล้ว เมื่อได้สติก็ลุกขึ้นจากพื้นดินแล้วทรงขึ้นขี่ขนหลังช้างเพื่อเดินทางต่อไปพวกคนหนุ่มเหล่านั้นก็ได้ส่งพวกเขาข้ามผ่านเทียนหม่าฟงไปถึงเชิงเขาทางทิศเหนือแล้วจึงอำลากลับไป ไต้ซือเมี่ยวส้านได้กล่าวขอบคุณพวกคนหนุ่มแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองหลิวหลี เมื่อข้ามเขาเทียนหม่าฟงมาแล้วสภาพภูมิประเทศก็แตกต่างกันออกไปตลอดเส้นทางจะมีหมู่บ้านหนาแน่นอยู่ทั่วไปซึ่งผิดกับฟากกระโน้นมที่มีแต่ความเงียบเหงาซบเซาน่าวังเวง ทั้งสามเดินทางผ่านไปอีกสองวัน ก็ลุถึงเมืองหลิวหลี ในเมืองมีสถานที่ราชการ โรงแรมโรงเตี๊ยม และร้านค้ามากมาย ไต้ซือเมี่ยวส้านได้ตรงไปยังที่ทำการของเมืองเพื่อรายงานลงประทับตรา แล้วก็มีคนบุคคลทั้งสามเข้าไปพักยังโรงแรม มีอาหารเจจัดถวาย วันรุ่งขึ้นก็จากเมืองหลิวหลีมุ่งตรงไปยังเขาซวีหนีซันทางตะวันออกซึ่งเป็นทางขึ้นภูเขาซวีหนีซันโดยตรง
      ทั้งสามเดินทางในตอนกลางวันและหยุดพักในตอนกลางคืน เวลาผ่านไปอีกหลายวันก็แลเห็นภูเขาซวีหนีซันลิบๆอยู่ข้างหน้า ความมุ่งหวังของพวกเขาค่อยๆ เป็นจริงขึ้นมา ทำให้เกิดกำลังใจขึ้นอีกมาก การเดินทางก็เดินเร็วขึ้น เมื่อก่อนวันหนึ่งเดินทางได้วันละประมาณ 50 ลี้ ตอนนี้สมมารถเดินได้ถึง 70 ลี้ต่อวัน ก็ยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้ก็มาถึงเชิงเขาซวีหนีซันแล้วแต่เขาซวีหนีซันนี้สูงจรดฟ้าและยังกว้างใหญ่มียอดเขาใหญ่น้อยถึง 72 ยอด แต่ละยอดติดต่อกัน ขึ้นๆลงๆ ไม่ขาดแนว มองดูแล้วเหมือนมังกรที่เป็นคลื่น ทั้งสามคนมาถึงเชิงเขาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ายอดเขาอันไหนคือยอดเขาบัวหิมะ ถ้าจะค้นหาไปเสียทุกยอดก็คงลำบาก
      บริเเวณใกล้เคียงใน 10 ลี้นี้ก็ไม่มีหมู่บ้านที่จะสอบถามจึงเป็นความยากลำบากตัดสิ้นใจอะไรไมได้ ปรึกษากันได้สักพักหย่งเหลียนก็คิดอะไรได้แล้วพูดว่า ยอดเขาบัวหิมะเป็นอยดเขาที่มีชื่อ ย่อมต้องทั้งสูงและใหญ่ต่างไปจากยอดเขาอื่นๆ พวกเราก็อย่าพึ่งไปสนใจว่าจะใช่หรือไม่เราก็ลองไปดูกันก่อน ถ้าหากไม่ไช่ เราก็ต้องเอาควาามศรัทธาเป็นที่ตั้ง ส่งใจให้บัวหิมะซาบซึ้งก็คงมีปรากฏการณ์อะไรชักนำเราไปหา ทุกคนยังไม่มีวิธีการที่ดีไปกว่านี้ก็คล้อยตามความคิดของหย่งเหลียน จึงเปรียบเทียบความสุงและขนาดของยอดเขาเห็นยอดทีสูงใหญ่ที่อยู่ตรงกลางคอยไปทางซ้ายยอดทีสาม ก็จดจำเป็นเป้าหมายแล้วก็เดินตรงไปยังยอดนั้น เมื่อมาถึงเชิงเขาก็มองหาทางเดินขึ้นเขาซึ่งเป็นทางเล็กๆ หย่งเหลียนก็ผลักดันให้ช้างเผือกเดินไปตามทางนั้นแต่คาดไม่ถึงว่าเจ้าเผือกแสนดีเกิดมีอารมณ์ขึ้นยืนนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนนั่นคือ ยอดเขาบัวหิมะอยู่ไหน ช้างเผือกยอดรู้ดีในใจ

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ