กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค

      ทั้งสามเห็นว่าตะวันจวนจะลับขอบฟ้าแล้ว ทางข้างหน้าก็มีภูเขาใหญ่ขวางหน้าอยู่ เห็นทีจะข้ามเขาลูกนี้ไม่ทัน โชคดีที่มีหมู่บ้านอยู่ไม่ไกลนัก ทั้งสามจึงมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเพื่อขอค้างแรมและขอบิณฑบาตอาหารสักมื้อหนึ่ง เมื่อมาถึงหมู่บ้านเห็นบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งก็พอดูออกว่าเป็นบ้านที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านก็อย่างที่พูดกันบ่อยๆว่าจะออกนอกบ้านให้ดูลมฟ้าอากาศจะบิณฑบาตให้ดูสถานที่ พวกเขาสามคนก็ยอมมุ่งสู่บ้านนี้แน่นอนพอมาถึงประตูหน้าบ้านก็แลเห็นคนแก่คนหนึ่งอายุราวๆ สักเจ็ดสิบปีนั่งอยู่ มีสีหน้าหม่นหมองตาทั้งสองข้างมองลงพื้น มีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ เขานั่งครุ่นคิดอะไรอยู่นะ
      ทั้งสามคนเดินเข้าไปใกล้คนแก่นั้นก็ยังมองไม่เห็นพวกเขา หย่งเหลียนใจร้อนก้าวเท้าขึ้นหน้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้วยกมือขึ้นไหว้คนแก่แล้วพูดว่า ท่านผู้เฒ่ากำลังคิดอะไรอยู่หรือ เมื่อภิกษุณีแสดงคารวะแล้วคนแก่จึงรู้ตัวสะดุ้งาขึ้นแหงนหน้าขึ้นมองคนทั้งสามแล้วอุทานขึ้นว่า ภิกษุณีมาจากที่ไหนมาที่นี่ทำอะไร ในท่ามกลางความเหม่อลอยนั้นได้ทำให้คนแก่ตกใจสะดุ้ง ไต้ซือเมี่ยวส้านรีบยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอขมาแล้วตรัสว่า การรบกวนครั้งนี้ทำให้ท่านตกใจมากโปรดให้อภัยด้วย พวกฉันเป็นภิกษุณีเมืองซินหลินกั๊ว ได้ตั้งปณิธาณว่าจะขึ้นเขาซวีหนีซัน เส้นทางเดินผ่านมาทางหมู่บ้านท่าน เพราะใกล้ค่ำแล้วจึงมารบกวนบ้านท่าน ขออาศัยหลับนอนสักคืน
      พรุ่งนี้เช้าก็จะเดินทางต่อจะไม่รบกวนท่านมาก หวังว่าท่านผู้เฒ่าคงให้ความสะดวก คนแก่นั้นสั่นศีรษะไปมาแล้วว่าพวกท่านมาไม่ถูกเวลา หากเป็นเช่นวันอื่นๆ อย่าว่าค้างแรมแค่หนึ่งคืนเลย จะอยู่สักกี่คืนก็ไม่เป็นไรแต่ตอนนี้ไม่ได้แน่ พวกท่านไปหาบ้านอื่นกันเถอะ ไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสถามว่านี่ก็แปลกไม่ทราบสาเหตุอันใดโปรดเล่าให้ฟังหน่อยคนแก่นั้นถอนหายใจแล้วพูดว่า พูดถึงเจ้าบ้านเศรษฐีหลู่ เป็นคนใจดีชอบบำเพ็ญกุศลที่ผ่านมาก็ชอบช่วยเหลือพวกคนจน เลี้ยงอาหารพระ สวดมนต์เป็นต้น เป็นเช่นนี้มานานถึงสิบปีก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ท่านไม่มีบุตรเลย จนกระทั่งต้นปีที่แล้วท่านก็ได้บุตครชายคนหนึ่งมีการเลี้ยงฉลองกันทั้งหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านก็ว่านี่เป็นเพราะบุญกุศลได้ตอบสนองโดยไม่คาดคิด
      เมื่อต้นเดือนนี้เองบุตรชายท่านเกิดเจ็บป่วยด้วยท้องอุจจาระร่วงได้ตามหาหมอรักษาเท่าไหร่ต่างก็บอกว่าลำไส้อ่อนแอรักษายาก รับประทานยาก็ไม่ได้ผล ถ้าได้ยาแรงหน่อยก็ดีขึ้นหน่อย พอหมดฤทธิ์ยาก็เหมือนเดิม ตามที่หมอผู้หนึ่งว่า ถ้าต้องรักษาโรคนี้ ต้องใช้ข้าวเหนี่ยวสักสามกำมือมาต้มให้เหลวเป็นน้ำให้รับประทาน เพื่อให้ลำไส้แข็งแรงขึ้นมา ต่อจากนั้นจึงใช้ยารักษาต่อ แต่ที่น่าเจ็บใจก็ที่หมู่บ้านเราไม่ได้ปลูกพวกข้าว ข้าวเหนี่ยวกันแลย ถ้าต้องการข้าว ข้าวเหนี่ยวก็ต้องข้ามยอดเขาเทียนหม่าฟง แล้วข้ามแม่น้ำบี้ซีไปถึงเมืองหลิวหลีจึงจะหาได้ ระยะทางไกลถึงร้อยลี้ ปกติก็ไม่ลำบากอะไร แต่ที่ไม่เหมาะตอนนี้ ก็ที่เทียนหม่าฟงนี้มีเสือร้ายอยู่ถึงสี่ตัวอาศัยอยู่ที่หัวเขา ซึ่งแต่ก่อนก็ไม่เคยมี เพิ่งจะมามีราวๆครึ่งปีนี้เอง มันออกมาไล่จับสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน ทำให้ในป่าไม่มีความปลอดภัยเชาวบ้านไม่กล้าไปมา
      ที่นี่จึงถูกตัดขาดจากเมืองหลิวหลี ถึงแม้จะรู้ว่าที่นั้นมีข้าวเหนียวแต่ไม่มีใครกล้าไปกันเห็นโรคของพ่อหนูน้อยแล้วอาการหนักลงทุกวัน ตามที่หมอบอกชีวิตพ่อหนูน้อยคงอีกวันสองวันนี้ ตอนนี้ท่านเศรษฐีก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมา 3-4 วันแล้ว สภาพเช่นนี้ไฉนเลยจะมีกะจิตกะใจมาต้อนรับท่าน เพราะฉะนั้นเชิญพวกท่านไปค้างที่อื่นเถอะไต้ซือเมี่ยวส้านตรัสว่าเจริญพร! เจริญพร! ท่านผู้เฒ่าว่าเรามาไม่ถูกเวลา ฉันว่าเรามาถูกเวลา อันนี้เป็นธรรมสัมพันธ์ที่ถูกกำหนดไว้ ท่านรีบไปบอกเศรษฐีว่าอย่าได้กังวลเลย ถ้าต้องการของสิ่งอื่นผู้ออกบวชไม่มี ถ้าเป็นข้าวเหนี่ยวก็มีอยู่ในถุง
      หากสามารถช่วยชีวิตพ่อหนูน้อยได้ ผู้ออกบวชก็ไม่ระหนีหรอก คนนั้นฟังแล้วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจึงถามว่า มีจริงหรือ ผู้ออกบวชพูดจาต้อพูดจริงพูดหลอกลวงไม่ได้ อย่าได้หลอกเพื่อค้างนหนึ่งนะไต้ซือเมี่ยวส้านตอบว่า ทำอย่างนั้นได้อย่างไร ท่านที่ถุงสีเหลืองว่าในนั้นใช่ข้าวเหนี่ยวหรือไม่ ท่านบไปบอกท่านเศรษฐีก็แล้วกันคนแก่จึงว่านั้นขอให้ท่านทั้งสามนั่งรอประเดียว ให้ตาแก่เข้าไปเรียนท่านเศรษฐีก่อน ว่าแล้วก็รีบผละผลันเข้าไปข้างในบ้านปากร้องเรียกท่านเศรษฐีๆ พ่อหนูน้อยรอดชีวิตแล้ว! มีคนส่งข้าวเหนียวมาให้ ขณะนั้นเศรษฐีหลู่กำลังนั่งทุกข์อกทุกข์ใจอยู่ที่ห้องโถง เห็นตาแก่ตื่นเต้นเช่นนั้นจึงร้องตวาดว่า หลู่เอ๋อเจ้าบ้าไปแล้วหรือ พูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ คนแก่ขานรับว่าไม่บ้า มีคนเอาข้าวเหนียวมาจริงๆ เมื่อยืนนิ่งสักครู่ พอมีสติแล้วก็เล่าเรื่องของไต้ซือเมี่ยวส้านให้ฟังตั้งแต่ต้นจรดปลาย
      เศรษฐีฟังแล้วก็กระโดดโลดเต้นโดยไมรู้ตัวพร้อมกับบอกหลูเอ๋อ รีบๆ ออกไปเปิดประตูบานใหญ่ให้เข้ามา บอกว่าข้าจะออกไปเชิญท่านพุทธะทั้งสามเองหลู่เอ๋อไม่รอช้ารีบถลันออกไปเปิดประตูบานใหญ่แล้วพูดกับคนทั้งสามว่า เศรษฐีบ้านข้าจะออกมาต้อนรับท่านพุทธะทั้งสาม ไต้ซือเมี่ยวส้านร้องตอบว่ามิบังควร เศรษฐีหลู่ก็เดินออกจากประตูมาแล้วคำนับไปยังบุคคลทั้งสาม ปากก็พูดว่า ผู้น้อยหลู่หวินไม่ทราบว่าท่านธรรมาจารย์ทั้งสาม ได้มาเยือน ขาดการต้อนรับจากแดนไกลโปรดให้อภัยด้วย
      ตอนนี้ขอเชิญท่านทั้งสามสู่ห้องโถงรับน้ำชาอาหารเจก่อน ไต้ซือเมี่ยวส้านยกมือขึ้นไหว้แล้วตรัสว่า ภิกษุณียากจนไม่มีบารมีบุญกุศลอะไรที่ท่านเศรษฐีบังควรออกมาต้อนรับเป็นเพราะว่ามาไกลจึงใคร่ขอรบกวนค้างแรมสักคืน ทำให้ท่านเศรษฐีต้องกังวลนับว่าบาปกรรม เมื่อทั้งสามคนได้เดินเข้าประตูใหญ่ แล้วก็ตรงไปยังห้องโถงหลังจากคารวะกันอีกครั้ง จากนั้นจึงนั่งลงแนะนำพอสังเขปเสร็จแล้วไต้ซือเมี่ยวส้านก็เริ่มตรัสถามว่าได้ยินว่าพ่อหนูน้อยป่วยหนักต้องการเอาข้าวเหนี่ยวต้มน้ำรับประทานจงจะรักษาโรคได้ พอดีในถุงของเรามีข้าวเหนียวอยู่พอดี เอามาเก็บคัดสักหน่อย อย่าว่าแต่สามฝ่ามือเลยสามลิตรก็ยังได้

      พอหลู่หวินได้ยินดังนั้นก็แสดงความมดีใจจนออกนอกหน้า แสดงความขอบคุณแล้วขอบคุณอีก ไต้ซือเมี่ยวส้านจึงเปิดถุงข้าวออกแล้วก็ขอถาดใบหนึ่งจากหลู่หวิน เอาข้าวเทลงในถาดแล้วเก็บเลือกแต่ข้าวเหนียวออกมา ชั่วเเวลาผ่านไปไม่นานนักก็ได้ข้าวเหนีวยวมาหนึ่งลิตร หลู่หวินรีบบอกไต้ซือว่าพอแล้ว ที่เหลือขอให้ท่านพุทธะเก็บขึ้นเถอะ หย่งเหลียนเก็บข้าวใส่ไว้ในถุง ไต้ซือเมี่ยวส้านก็กำชับว่าตอนต้มนี้ อย่าได้คนข้าว จะได้ไม่ทำลายไอธาตุเดิมอันจะทำให้ประสิทธิภาพลดน้อยไป ให้ใช้ไฟอ่อนๆ อย่าให้เดือดพล่านถ้าเดือดจนไหลทิ้ง ฟองข้าวไหลทิ้งก็จะไม่เกิดประสิทธิภาพ หลู่หวินรับคำขอรับ! ขอรับ! เชิญท่านทังสามนั่งตามสบายแล้วก็ยกถาดข้าวเหนียวเข้าไปข้างในเอาให้คุณย่าแล้วบอกวิธีต้มให้ละเอียดพลางสั่งให้จัดเตรียม อาหารเจต้อนรับบุคคลทั้งสาม สั่งให้คนไปทำความสะอาดห้องนอนเพื่อให้ทั้งสามเข้าพัก อีกด้านหนึ่งก็ให้คนไปตามหมอมาเพื่อปรึกษาการรักษา
      ฝ่ายคุณย่ารับข้าวเหนียวมาแล้วก็หยิบขึ้นมาสามกำมือใส่ในหม้อดิน เติมน้ำให้พอดี แล้ววางตั้งบนเตาที่มีขึ้เถ้ากลบอยู่แล้วก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ระวังไม่ให้เดือดจนไหลทิ้ง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม ข้าวก็เละเป็นโจ๊ก กลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ตักใส่ถ้วยตะไลหนึ่ง นำไปให้พ่อหนูน้อยรับประทาน ในขณะนั้นพ่อหนูน้อยอยู่ในสภาพที่อิดโรยรับประทานอาหารไม่ได้มานานหลายวันแล้ว จึงต้องคอยเอาช้อนป้อนเข้าไปจนหมดถ้วย หนูน้อยท่าทางเหมือนคนนอนหลับ คุณย่ารู้สึกดีใจขึ้นจึงกลับไปเก็บหม้อแล้วเกลี่ยไฟให้ดับ เสร็จแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องอีก ยื่นมือไปคลำตามมือตามเท้าของพ่อหนูน้อยดู คุณย่าตกใจ เพราะก่อนหน้านี้มือเท้าของพ่อหนูน้อยแม้จะไม่อุ่นเท่าคนปกติ แต่ก็ยังมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย
      แต่ตอนนี้รับประทานโจ๊กข้าวเหนียวลงไปแล้ว มือเท้ากลับเย็นดุจน้ำแข็ง จะอุ่นสักเล็กน้อยก็ไม่มี แม้แต่ศีรษะก็เย็นเฉียบไปหมด คิดว่าชีวิตคงจบลงแล้ว คุณย่าลุกลี้ลุกลนผลุนผลันออกไปที่ห้องโถงเพื่อบอกหลู่หวิน ซึ่งในขณะนั้นหลู่หวินและพวกไต้ซือกำลังลังรับประทานอาหารกันอยู่ เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็ทำให้ตกตะลึง คุณย่ากล่าวโทษว่าในข้าวเหนียวนั้นคงมีอะไรอยู่แน่ๆคงต้องเอาชีวิตกับไต้ซือให้ได้ หลู่หวินก็เข้าห้ามปราม ขณะที่ชุนลมุนกันอยู่ก็พอดีหมอได้มาถึง จึงถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วจึงพูดว่า พวกท่านอย่าเพิ่งโวยวายกัน ให้ข้าเข้าไปตรวจดูอาการก่อน ก็จะรู้ละเอียด ว่าแล้วคุณย่ากับหลู่หวินก็เข้าไปในห้องคุณหมอตรวจชีพจรของหนูน้อยดูแล้ว ก็หันมาทางหลู่หวินแล้วพูดว่า ขอแสดงความยินดี พ่อหนูน้อยมีธาตุเกิดขึ้นแล้ว หลู่หวินแม้จะได้ยินว่ายินดีแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมสภาพจึงเป็นเช่นนั้น


      จึงหันมาถามคุณหมอว่าท่านหมอใหญ่ เจ้าหนูทำไมจึงมีมือเท้าเย็นอย่างนี้ หายใจก็อ่อนระทวย เห็นชัดๆ ว่าตายแน่ ทำไมจึงว่ามีธาตุเกิดขึ้น คุณหมอตอบว่า ท่านเศรษฐีไม่รู้อะไร อันนี้คือไอธาตุรวมอยู่ภายในหนูน้อยป่วยมาหลายวัน ไอธาตุก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันอยู่แล้ว โชคดีที่ได้น้ำข้าวเหนียวช่วยเสริมไอธาตุเดิม เมื่อไอธาตุภายในรวมตัวกันขึ้นสภาพข้างนอกจึงกลับกัน ท่านรอให้เขาตื่นขึ้นมาคอยดู รับรองว่าหน้าตาจะดีขึ้น เมื่อทุกคนได้ยินแล้วจึงค่อยเบาใจ คุณหมอจึงเขียนใบยาให้แล้วจึงลาจากไป ไต้ซือเมี่ยวส้านรู้แล้วอดดีใจไม่ได้ทั้งหลู่หวินและครอบครัวต่างออกมาไหว้ขอบคุณไต้ซือ ไต้ซือเมี่ยวส้านตอบว่า พวกท่านมีที่ดินดีอย่างนี้ ทำไมไม่คิดปลูกข้าวข้าวเหนียวบ้าง ทำให้เกิดขาดแคลน ตอนนี้ฉันมีข้าวเปลือกอยู่หลายลิตร ยินดีมอบให้ท่านไปทำการปลูก นั่นคือ  วันนี้ให้พันธุ์ดี ปีต่อไปเก็บเกี่ยวมาก

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ