กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ

      กล่าวฝ่ายหมู่ชนที่แห่แหนมาเฝ้าชมพระบารมีองค์หญิงเนื่องจากมีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุกย่างก้าวที่พวกเขาเหยียบผ่านประดุจลูกคลื่นที่ถาโถม จึงทำให้ดอกไม้ในลานวัดแหลกลานไปตามแรงเท้า ราวลูกกรงที่แกะสลักก็พังไปบ้าง ทั้งนี้มิใช่พวกเขามีอกุศล หากแต่พวกเขามีสายใยไมตรีต่อองค์หญิงต่างหาก ต่อมาเมื่อได้ยินว่าพระราชาจะเสด็จมา พวกเขาเกรงพระอาญา จึงได้แยกย้ายหลบหนีกันไป อันที่จริงในขณะนั้นราชาเมี่ยวจ้วนเพิ่งจะเสด็จออกจากมหาราชวังเท่านั้น เมื่อองค์หญิงเมี่ยวส้านได้ยินเสด็จพ่อเสด็จมา จึงรีบผลุนผลันลุกขึ้น เสด็จนำพวกภิกษุณีออกจากห้องฌาน เสด็จมายังประตูวัดเพื่อเตรียมตัวรับเสด็จ เสด็จมายังประตูวัดเพื่อเตรียมตัวรับเสด็จ เสด็จรออยู่นานประมาณหนึ่งชั่วยาม
      จึงแลเห็นเหล่าม้าเร็วมาถึง ติดตามด้วยกองกำลังรักษาพระองค์ ดุจผึ่งกรูกันมา ถือกระถางกำยานที่ควันหอมไหลเวียนมาตามลม เมื่อขบวนเสด็จมาถึง เหล่ามหาเสนาบดีก็หลบเข้าด้านหลัง องค์หญิงเมี่ยวส้านเสด็จนำเหล่าภิกษุณีคุกเข่าลงรับเสด็จ ฝูงชนที่เฝ้าดูพระราชพิธีก็นั่งลงบนสองฟากทางเงียบสงบไร้เสียงพูดคุย รถพระที่นั่งของราชาเมี่ยวจ้วนได้ขับเข้าไปหยุดนิ่งที่หน้าวิหารจาตุมหาราชา พระราชาเสด็จลงจากรถพระที่นั่งแล้วเสด็จเข้าไปพักพระอิริยาบถในห้อฌาน เหล่ามหาเสนาบดีก็พักอยู่ข้าง ๆ พระธิดาสามเสด็จเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้งหนึ่งภายหลังถวายบังคมแล้วก็เสด็จรออยู่ข้าง ๆ ราชาเมี่ยวจ้วนนั่งพักอิริยาบถได้สักครู่หนึ่งจึงมีรับสั่งให้เตรียมจุดธูปเทียนเพื่อจะเสด็จไปถวายบังคมพระพุทธปฏิมา
      หลังจากนั้นก็จะทำพิธีปลงพระเกศาพระธิดาสาม เหล่ามหาดเล็กขานรับพร้อมกัน สักครู่หนึ่งก็มีรายงานว่า ทุกอย่างตระเตรียมเรียบร้อยแล้วพระเจ้าคะ ราชาเมี่ยวจ้วนจึงทรงลุกจากที่ประทับแล้วเสด็จนำพระธิดาสาม มายังหน้าพระพุทธปฏิมาในโบสถ์ ข้าราชบริพารฝ่ายบู๊และฝ่ายบู๊นนับร้อยตามเสด็จ เมื่อจุดธูปถวายบูชาพระปฎิมาแล้วก็เสด็จไปยังห้องพระอรหันต์ ทรงจุดธูปถวายบูชาพระอรหันต์แล้วก็เสด็จไปยังห้องอาราม ทรงจุดธูปถวายบูชาพระต่าง ๆ จากนั้นก็เสด็จไปสักการะท้าวมหาราชทั้งสี่ที่วิหารจาตุมหาราช หลังจากนั้นก็ให้เหล่ามหาเสนาบดีเข้าถวายบูชาในที่ต่าง ๆ ด้วย
      หลังจากนั้นก็ให้เหล่ามหาเสนาบดีเข้าถวายบูชาในที่ต่าง ๆ ด้วย หลังจากนั้นจึงกลับมายังโบสถ์อีกครั้งหนึ่ง เหล่าพระภิกษุณีก็ตีระฆังลั่นกลองแล้วก็สวดมนต์ด้วยเสียงอันแจ่มใส ราชาเมี่ยวจ้วนทรงประทับนั่งอยู่ข้างหน้าสุด พระธิดาเมี่ยวอินประทับยืนอยู่ด้านหน้า ในพระหัตถ์ทรงถือถาดหยกซึ่งมีพระขรรค์ทองคำอันคมกริบวางอยู่ พระธิดาเมี่ยวหยวนก็ประทับยืนอยู่ด้สนหน้าด้วย ในพระหัตถ์ทั้งสองอุ้มบาตรซึ่งมีน้ำใสสะอาดอยู่ครึ่งบาตร แม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนก็ยืนอยู่สองข้าง คนหนึ่งในมือถือจีวรสีเหลือง
      อีกคนหนึ่งถือพระมาลาและรองพระบาท ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจอย่างสงบ ตาเพ่งที่จมูก จมูกเพ่งที่ใจ เงียบสนิทปราศจากเสียง ขณะนั้นพระธิดาสามกำลังอยู่ในห้องของสงฆ์ เปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นสามัญชนและปะปนอยู่ท่ามกลางหมู่ภิกษุณี ซึ่งต่างก็กำลังสวดพระพุทธคุณ เหล่าเสนาบดีในโบสถ์ก็ขานดังว่า ได้มหาอุดมฤกษ์แล้ว พระราชาเมี่ยวจ้วนมีรับสั่งให้องค์หญิงเมี่ยวส้านเสด็จเข้าโบสถ์เพื่อเริ่มมหาพิธีอุปสมบท ขณะนั้นเจ้าพนักงานได้ถือริ้วธงคู่หนึ่ง ติดตามด้วยกระถางกำยานคู่หนึ่งเข้าไปในหมู่ภิกษุณี แล้วนำเสด็จพระธิดาสามมายังหน้าพระพักตร์ราชาเมี่ยวจ้วน องค์หญิงเมี่ยวส้านทรงคุกเข่าลงถวายบังคมเสด็จพ่อ ราชาเมี่ยวจ้วนทรงตรัสว่า ลูกเอ๋ย !
      ขณะนี้ ข้ากับเจ้าก็ยังเป็นพ่อลูกกันอยู่ อีกครู่หนึ่งก็จะเป็นคนแปลกหน้าแล้ว แต่เมื่อเจ้าบรรพชาแล้ว ขอให้ตั้งใจบำเพ็ญ พุทธธรณีกว้างใหญ่สว่างไสว เพื่อให้ชนรุ่นหลังเคารพบูชา ขอให้เจ้าสามารถบรรลุสัมมามรรคสำเร็จเป็นพุทธะ เพื่อเผยแพร่พุทธธรรมให้ไพศาลช่วยโปรดผู้คน ตอนนี้ให้เจ้าไปที่หน้าองค์พระปฏิมา ตั้งใจศรัทธากล่าวให้ปณิธาน เสร็จแล้วให้พ่อได้ปลงผมให้แก่เจ้าเอง พระธิดาก้มลงกราบสามครั้ง แล้วทรงลุกขึ้นเสด็จไปยังหน้าองค์พระพุทธปฏิมา ทรงทรุดกายลงกราบแล้วถวายสัตย์ปฏิญญาอย่างเงียบ ๆ เมื่อให้ปณิธานเรียบร้อยแล้วก็กลับมายังที่ประทับของราชาเมี่ยวจ้วน แล้วทรุดตัวคุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์ ราชาเมี่ยวจ้วนทรงถือมีดทองจากถาดหยก พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งก็ทรงแยกพระเกศาออกเป็นสี่ปอย เพื่อให้เห็นกลางกระหม่อมชัดเจน
      จากนั้นก็โกนพระเกศาพอเป็นพิธีสามครั้ง การครั้งนี้ทำให้พระทัยวาบหวิว ชลเนตรที่ร้อนไหลรินออกมา มีดในพระหัตถ์อ่อนระทวย ราวจะหลุดจาก อยากจะตรัสก็ตรัสไม่ออก พระภิกษุณีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์อยู่ในสภาวะเช่นนี้ เกรงว่ามีดทองจะหลุดจากพระหัตถ์จึงเดินเข่าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วรับมีดทองจากพระหัตถ์ราชาเมี่ยวจ้วน แล้วก็โกนพระเกศาขององค์หญิงเมี่ยวส้านต่อไป เวลาผ่านไปชั่วครู่เดียวก็โกนพระเกศาออกหมด ราชาเมี่ยวจ้วนก็ทรงรับผ้าขนหนูจากพระหัตถ์พระธิดารอง ทรงชุบน้ำจากบาตรแล้วทรงเช็ดลงบนกระหม่อมโดยรอบ จากนั้นก็นำจีวรมาฉลองให้เสร็จ แล้วก็นำพระมาลาและรองพระบาทมาให้เปลี่ยน หลังจากองค์หญิงเมี่ยวส้านฉลองครบเครื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พนมมือไหว้ราชาเมี่ยวจ้วนเป็นการขอบพระคุณ ทรงลุกขึ้นยืนแล้วไหว้พระพุทธปฏิมา
      ขณะนี้เธอเหมือนภิกษุณีทั้งหลายแล้ว เมื่อภาวะกาลมาถึงจุดนี้แล้ว ราชาเมี่ยว จ้วนก็มิอาจประทับอยู่นานได้ จึงมีรับสั่งให้เสด็จกลับวัง พระธิดาอีกสองพระองค์ก็เสด็จตามหลังไป ภิกษุณีเมี่ยวส้านนำเหล่าภิกษุณีไปยังหน้าวิหารจาตุมหาราชแล้วคุกเข่าลงพื้น ภิกษุณีเมี่ยว ส้านทรงกล่าวว่า ขอนำเหล่าภิกษุณีทั้งหมดส่งเสด็จราชา ขอให้พระราชาทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทั้งราชาเมี่ยวจ้วนและพระธิดาทั้งสองเมื่อได้ฟังคำกล่าวขานเช่นนี้ในพระทัยรู้สึกกระอักกระอ่วนตรัสไม่ถูก ตรัสอะไรไม่ออกอีกแล้ว ได้แต่โบกพระหัตถ์ไหว ๆ แล้วก็เสด็จขึ้นรถพระที่นั่งจากไป เมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้ว ภิกษุณีเมี่ยวส้านจึงทรงขยับกายลุกขึ้น แล้วเสด็จนำเหล่าภิกษุณีกลับเข้าไปในวัด เหล่าประชาชนเห็นว่างานพิธีสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีอะไรจะให้ดูอีกจึงพากันจูงไม้จูงมือกันและจากที่นั่นไป ไต้ซือเมี่ยวส้านตั้งใจบำเพ็ญอย่างสงบในวัดจินกวงหมิง
      นอกจากนี้ยังมีแม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนเป็นเพื่อน สำหรับคนรับใช้ก็ล้วนแต่เป็นคนเก่าแก่จากราชสำนัก ดังนั้นพระองค์จึงเห็นว่าวัดจินกวงหมิงนี้ดุจแดนสุขาวดีพุทธภูมิดี ๆ นี่เอง ส่วนเหล่าภิกษุณีถึงแม้จะสวดมนต์ได้ แต่ยังไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งในพุทธธรรม ด้วยเหตุนี้นอกจากสวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิแล้ว เวลาที่เหลือว่างก็จะบรรยายธรรมให้พวกเขาฟัง ชี้แนะจุดสำคัญของธรรมะ และวันที่ลงท้ายด้วย 3 6 9 ซึ่งกำหนดให้เป็นวันบรรยายธรรมให้ทุกคนในวัดฟัง รวมทั้งอุบาสกอุบาสิกาที่อาศัยอยู่ในละแวดนั้นที่สนใจมาฟังธรรม ก็ยินดีต้อนรับ ทั้งยังได้ตระเตรียมอาหารเจให้พวกเขาได้รองท้องบ้าง
      ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ลงด้านด้วย 3 6 9 อันเป็นวันบรรยายธรรมก็จะมีหมู่ชนจำนวนมากที่อยู่ทั้งไกลและใกล้ ต่างพากันมาเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งความหวังในครั้งแรกก็เพียงเพื่อได้กินอาหารเจเท่านั้น มิใช่มีความศรัทธาสนใจอยากฟังธรรมก็หาไม่ แต่เมื่อได้ถูกไต้ซือเมี่ยวส้านองค์นี้ซึ่งมีโอษฐ์เป็นพรสวรรค์สั่งสอนกล่อมเกลาจนทำให้พวกปัญญาทึบค่อย ๆ เข้าใจกระจ่างแข้งขึ้น จนในที่สุดหลายคนเกิดปัญญาเห็นธรรม เกิดความศรัทธาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในตอนแรกที่มาเพราะหวังลาภปาก พอมาถึงตอนนี้ถูกธรรมกล่อมเกลาแล้ว การมาก็เพื่อฟังการบรรยายธรรมเป็นสำคัญ เท่านั้นยังไม่พอยังช่วยกระจายข่าวออกไปด้วยว่า วันที่ลงท้ายด้วย 3 6 9 เป็นวันบรรยายธรรมสำหรับประชาชน ผู้คนที่มาฟังธรรมก็เพิ่มมากขึ้นทุกครั้ง เหมือนกับร่มเงาของภูเขาที่ทอดเงาลงบนทางเดินทยอยตามกันมาไม่ขาดสาย
      ทำให้ผู้ที่นับถือพุทธศาสนาก็ค่อยเพิ่มขึ้น โดยปกติแล้วผู้ที่ออกบรรพชาแล้วก็จะได้รับการอุปัฏฐากทุกสารทิศ แต่ทำไมพระองค์จึงปฏิบัติตรงกันข้ามกับอุปัฏฐากคนทั่วไปเล่า ทั้งนี้เพราะวัดจินกวงหมิงแห่งนี้มีไร่นาสาโทดี ๆ นับพันไร่ การเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ จึงไม่ต้องอาศัยชาวบ้านอุปัฏฐากเป็นประการแรก ประการที่สองวัตถุประสงค์ของไต้ซือเมี่ยวส้านต้องการกล่อมเกลาผู้ด้อยปัญญา ฉุดช่วยให้พ้นทุกข์ภัย ถ้าหากไม่กระทำเช่นนี้ก็ไม่สามารถที่จะดึงดูดประชาชนแม้จะได้เงินมามากก็ไร้ประโยชน์ สู้ทำอาหารเจเลี้ยงเขาสิ้นเปลืองก็ไม่มากเท่าไร แต่สร้างบุญกุศลได้มาก มีความสุขขนาดไหนทำไมจะไม่ทำเล่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว พวกยากจนในเมืองก็ยังพากันมาตามกิตติศัพท์ เมื่อถึงวันบรรยายธรรม ที่ชายเขาเยโหม่วก็จะคึกคักกันเป็นพิเศษ วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว ชั่วเวลาไม่นานก็ย่างเข้าฤดูหนาว ลมหนาวเหน็บเสียดแทงเข้ากระดูก พวกที่ยากจนที่ไม่มีเสื้อสำลี ก็ไม่อาจทนลมหนาวจู่โจมเอาได้ จึงหลบอยู่แต่ในบ้าน ไม่กล้าย่างเท้าออกนอกประตูบ้าน
      ด้วยเหตุนี้ผู้ที่จะมาฟังธรรมจึงลดน้อยถอยไปในแต่ละคราว ไต้ซือเมี่ยวส้านรู้สึกเป็นกังวล เกิดจิตเมตตาสงสาร ถึงสั่งให้คนเข้าไปหาซื้อเสื้อผ้าสำลีในเมืองมาหลายพับ แล้วลงมือตัดเย็บด้วยตนเอง ตัดเป็นชุดใหญ่เล็กนับเป็นร้อย ๆ ชุดแล้วแบ่งให้เหล่าภิกษุณีไปช่วยเย็บ เวลาเพียงไม่กี่วัน ก็ตัดเย็บเรียบร้อย ทั้งยังสั่งให้หุงต้มข้าวต้มหม้อใหญ่ไว้รอคอยให้พวกเขามารับประทานกันให้อิ่มท้องสักมื้อหนึ่ง แล้วค่อยเข้าห้องฟังธรรม สำหรับผู้ที่ไม่มีเสื้อสำลีใส่มาก็จะแจกให้เขาชุดหนึ่ง เมื่อพวกเขามีเสื้อสำลีกันหนาวแล้ว แม้จะถูกลมหนาวพัดกระหน่ำก็ไม่หวั่นเกรง แถมยังมีข้าวต้มร้อน ๆ รับประทานอีก จึงไม่เป็นกังวลอีกแล้ว
      จึงทำให้ผู้เข้าฟังธรรมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเข้ามากอีก กิตติศัพท์ได้แพร่เข้ามาในเมืองหลวง ต่างก็โจษขานกันทั่วว่าวัดจินกวงหมิงแห่งนี้เหมือนมูลนิธิการกุศล พวกที่ยากจนข้นแค้นไม่มีที่จะพึ่งพิง ทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งที่อยู่ใกล้และที่อยู่ไกลก็มุ่งหน้าสู่วัดจินกวงหมิง ไต้ซือเมี่ยวส้านพบเห็นเข้าก็มีเมตตาสงสาร โดยเฉพาะภิกษุณีชราที่อยู่ไกลกว่าร้อยลี้มาหาก็รับเอาไว้หมด จะเลี้ยงอาหารทั้งสามมื้อ ถ้าหากพวกเขาไม่อยากจากไปก็จะไม่ขับไล่ให้อยู่ตามสบาย นานเท่าไหร่ก็ได้ ห้องฌานออกจะกว้างขวางรับรองพวกเขาได้อย่างเต็มที่ แม้แต่คนแก่ที่อยู่ห่างไกล และก็มีคนหนุ่มสาวเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย
      ภายในวัดไม่สะดวกที่จะให้อยู่ได้ไต้ซือเมี่ยวส้านก็จะมอบไม้ไผ่ หญ้าแฝก และวัตถุก่อสร้างต่าง ๆ ให้เรียกพวกเขาให้ไปเลือกที่ปลูกกระท่อมอยู่ตามชายป่า แต่ละคนก็จะได้รับมอบเงินคนละเล็กน้อยสำหรับเป็นทุนรอนไปทำมาหากินเมื่อเป็นเช่นนี้เวลาผ่านไปไม่นานนัก ชายป่าที่เคยเงียบเหงาแห่งนี้กลับกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่มากขึ้นมา คนที่เข้ามาอยู่ล้วนได้รับพระโพธิสมภารจากไต้ซือเมี่ยวส้านทั้งนั้น ทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ตามที่พวกเขายกย่องกันว่าเป็นพระราชกฤษฎีกาที่ดีเลิศ เมื่อถึงวันกำหนดบรรยายธรรม ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดงหรือหนุ่มสาวเฒ่าชรา ต่างก็เข้าสู่ห้องบรรยายธรรม มาฟังธรรมะกัน ดังนั้นในประเทศซิ่นหลินกั๊วนี้ พวกที่กระจ่างในธรรมกลับกลายเป็นพวกยากจนเหล่านั้น นั่นคือ ผู้ฉลาดก็สามารถกระจ่างได้ ผู้โง่เขลาก็ต้องศรัทธาเชื่อถือ

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ