กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ

      ราชาเมี่ยวจ้วนได้ฟังพระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนปลอบประโลมแล้ว ก็ทอดถอนพระทัยยาวแล้วเอ่ยว่า ลูกเอ๋ย! พวกเธอก็คิดว่าพ่อนี้ต้องการให้น้องสาวเจ้าตรากตรำลำบากหรือ แต่ไม่รู้หรอกว่าพ่อนี้ทุกข์ใจขนาดไหนที่ยอมให้ลูกตรากตรำเพราะต้องการให้เลิกบำเพ็ญ หาคู่ครองที่ดีแล้วเสพสุขตามฐานันดร ไม่คิดว่าใจของลูกจะศรัทธามั่นคงอย่างนี้ กล่อมเท่าไรก็ไม่ยอมกลับใจ นี่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ หากพูดถึงน้องสามของเจ้าแล้ว ดูเหมือนดวงชะตาจะถูกกำหนดกับการบำเพ็ญเพียร ตั้งแต่เล็กมาก็ทานเจ
      แม้แต่จริยาวัตรก็มีลักษณะเป็นพุทธมามกะ อย่างที่ชาวบ้านเขาว่ามีรากธรรม ที่น่าแปลกก็คือผู้อาวุโสที่เข้ามาถวายพระพร ได้มาพูดโศลกไม่กี่คำก็ทำให้น้องหยุดร้องไห้ แล้วยังโหลวน่าฝู่ลวี่ ก่อนที่จะหนีไปได้เขียนโศลกซ้อนปริศนาไว้มีคำว่า เมี่ยวส้านกวนอิม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์กันทั้งนั้น คิดถึงตอนนี้ล้วนเกี่ยวกับตัวของเขาเองทั้งนั้น หรือว่าเขาจะมีหวังสำเร็จมรรคผล ก็ยังไม่รู้ได้ ถ้าหากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้แล้ว ก็ตามแต่ใจเขาก็แล้วกัน ที่นอกเมืองชายเขาเยโหม่วมีวัดจินกวงหมิง ก่อนหน้านี้ก็มีภิกษุจำวัดอยู่ ต่อมาก็มีเสือโคร่งออกมาทำร้าย พระที่ไม่ระมัดระวังก็จะถูกเสือกิน ทำให้พวกพระหัวโล้นกลัวขนหนีดีฝ่อ ไม่กล้าที่จะอาศัยอยู่ในวัดอีก ต่างก็แยกย้ายหลบหนี วัดจินกวงหมิงจึงกลายเป็นวัดร้าง
      แม้แต่พระธุดงค์ก็ไม่มีใครสนใจที่จะไปอยู่ ประกอบกับทางวัดก็ไม่มีอาหารการกิน จึงหยุดใครไม่ได้ อีกอย่างก็กลัวเสียมาทำร้าย ไม่กล้าอยู่ เลยกลายเป็นวัดร้างมานานถึงสิบปี เรื่องเสือสางก็พลอยเงียบหายไปหมดด้วย หากเมี่ยวส้านต้องการสถานที่ออกบวช วัดจินกวงหมิงเหมาะสมกับเขา รอให้ข้าสั่งคนไปซ่อมแซมให้เสร็จเสียก่อนแล้วเลือกวันดี ส่งเขาเข้าวัดไป พระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนได้ยินแล้ว จึงเข้าใจดีว่าการสั่งให้เมี่ยวส้านไปดูแลอุทยาน และทำงานหนักที่โรงครัวของราชาเมี่ยวจ้วนก็เพื่อผลบางอย่าง วันรุ่งขึ้น ราชาเมี่ยวจ้วนมีคำสั่งให้กองคลังจ่ายเงินให้เสนาบดีไปดูแล หาคนไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดจินกวงหมิง
      ในตอนนั้นพระธิดาสามที่ดูแลโรงครัวก็ยังไม่ทราบความเรื่องนี้ มีแต่นางกำนัลหย่งเหลียนเท่านั้นที่ได้รับทราบข่าวสารก่อนเพื่อน อดที่จะยินดีจนออกหน้าออกตาไม่ได้ ตลอดทางกระโดดโลกเต้นฟ้อนมือไม้ไปจนถึงห้องบรรทมของพระธิดาเมี่ยวส้าน ปากก็ฮัมเพลงเสียงดังบ้างค่อยบ้างพลางย่างเข้าห้อง พอถึงก็ร้องย้ำถึงสามคราว่า เรื่องมงคลมาแล้ว ๆ การร้องอย่างนี้ ทำให้องค์หญิงเมี่ยวส้านถึงกับตกพระทัยสะดุ้ง เพราะขณะนั้นพระองค์กำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่หน้าพระพุทธรูป กำลังเพ่งภายในอยู่
      เมื่อหย่งเหลียนร้องตะโกนเช่นนั้น ก็ทำให้ใจคอสับสน ยิ่งได้ยินว่าเป็นเรื่องมงคลซึ่งเสียดแทงหู จึงลืมตามองมาทางหย่งเหลียนแล้วตรัสถามว่า มีเรื่องมงคลอะไรหรือ ทำเอาตกอกตกใจ ทำให้วิญญาณของฉัน ถูกเธอจะเพิดหนีหมด ที่จริงเรื่องอะไรกัน รีบบอกมาเร็ว ๆ หย่งเหลียนเองก็รู้สึกว่าตัวเองกระโตกกระตากเกินไป จึงยิ้มเจื่อน ๆ ยอมรับผิดกล่าวว่า หม่อมฉันดีใจเกินไปเพคะจึงได้เป็นอย่างนี้ ทำให้องค์หญิงตกพระทัย กระหม่อมสมควรรับโทษอย่างยิ่ง แต่มีเรื่องหนึ่งที่เกินความคาดหมายของคน หม่อมฉันจะยังไม่ทูลให้ทรงทราบองค์หญิงมีปัญญาปราดเปรื่องเกินคนอยู่แล้ว เรื่องนี้อยากจะให้องค์หญิงทายดูก่อนเพคะ ว่าจะทายถูกหรือไม่ พระธิดาเมี่ยวส้านหัวเราะแล้วตรัสว่า เจ้าผีทะเล ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อย จะให้ฉันทายเรื่องที่ยังไม่รู้ซึ้งก็ยังไม่มีความสามารถ แล้วจะไปทายเรื่องในใจของเจ้าได้อย่างไร
      อีกอย่างฉันก็ไม่อยากที่จะรู้เรื่องไร้สาระด้วย จะได้ประหยัดความคิดอีกต่างหาก หย่งเหลียนเห็นองค์หญิงทำท่าจะหลับตาทำสมาธิต่อจึงรีบทูลว่า หม่อมฉันจะรีบทูลให้ทราบเดี๋ยวนี้เพคะ เมื่อคราวก่อนพระธิดาใหญ่และรองที่เสด็จมาเกลี้ยกล่อมองค์หญิงเมื่อรู้แน่นอนว่าองค์หญิงไม่ทรงเปลี่ยนพระทัยแล้ว จึงไม่ตอแยเคี่ยวเข็ญอีก ทั้งยังได้ฟังองค์หญิงจะถวายองค์เป็นพุทธมามกะทั้งยังขอร้องพระธิดาทั้งสองให้ช่วยกราบทูลเสด็จพ่อให้ช่วยเหลือด้วย เสด็จพ่อจึงมีคำสั่งให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดจินกวงหมิง ที่เขาเยโหม่ว เพื่อเป็นที่สำหรับให้องค์หญิงบำเพ็ญธรรม องค์หญิงเพคะ! พระองค์คิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องมหามงคลหรอกหรือเพคะ พระธิดาเมี่ยวส้านทรงฟังแล้ว ก็มีความปีติอยู่ภายใน
      แต่ก็ยังเกรงว่าคำพูดของหย่งเหลียนยังเชื่อถือไม่ได้เต็มที่นัก จึงตรัสถามว่า หย่งเหลียนเอ๋ย! เธออย่าได้สร้างเรื่องราวมาโกหกฉันเลย ฉันไม่ค่อยจะเชื่อหรอก หย่งเหลียนรีบทูลว่า องค์หญิงคนดีเพคะ หม่อมฉันสนองพระองค์มาก็นานแล้ว เคยโกหกองค์หญิงสักครั้งหนึ่งหรือเพคะ เรื่องครั้งนี้จริงแท้แน่นอน ตอนนี้กำลังซ่อมแซมก่อสร้างอยู่ ทั้งยังมีรับสั่งให้พระสวามีพระธิดาองค์ใหญ่ไปกำกับดูแล หากองค์หญิงไม่ทรงเชื่อ หม่อมฉันก็จะสาบานต่อฟ้าได้ พระธิดาเมี่ยวส้านได้ฟังหย่งเหลียนกล่าวเช่นนั้นจึงรู้ว่า สิ่งที่หย่งเหลียนกล่าวมาเป็นเรื่องจริงทำให้องค์หญิงปลื้มีติจนชลเนตรเอ่อล้น จึงพนมมือขึ้นแล้วว่า ที่แท้เสด็จพ่อก็มีความเมตตากรุณายิ่ง ตอนนี้ก็จะส่งเสริมฉันให้จิตบริสุทธิ์ ทรงให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดจินกวงหมิง
      งานกุศลครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องได้ตอบแทนในอนาคตเป็นแน่แท้ หย่งเหลียนสอดขึ้นว่า เรื่องครั้งนี้น่ายินดีหรอกเพคะ แต่ตอนที่องค์หญิงจะเสด็จไปอยู่ที่วัดจินกวงหมิงนั้น ต้องมีนายพรานไปเยอะ ๆ หน่อย ให้อาศัยอยู่ข้าง ๆ แถวนั้นถึงจะดี พระธิดาเมี่ยวส้านตรัสว่า ทำไมหรือนายพรานกับผู้บำเพ็ญเกี่ยวข้องกันอย่างไร หย่งเหลียนทูลว่าองค์หญิงไม่รู้อะไร ที่วัดจินกวงหมิง เมื่อก่อนนี้มีพระภิกษุจำวัดอยู่แต่ต่อมามีเสือโคร่งบนภูเขาเยโหม่ว ลงมากินพระภิกษุอยู่บ่อย ๆ จึงทำให้พวกพระหลบหนีกันหมด กลายเป็นวัดร้างจนเดี๋ยวนี้ เมื่อองค์หญิงเสด็จไปอยู่ที่โน่น เสือโคร่งตัวนั้นคงลงมาอีกแน่ ๆ แล้วจะทำอย่างไรดี เมื่อองค์หญิงได้ฟังแล้ว ก็ไม่รู้สึกตกพระทัยแต่ประการใด ทั้งยังทรงยิ้มแล้วตรัสว่า นั่นไม่ต้องเป็นห่วง เสือโคร่งเป็นราชาแห่งป่า สามารถติดต่อทางวิญญาณกันได้
      พุทธเจ้าจึงสามารถที่จะอำพรางจ้าวป่าในตอนกลางคืนได้ มันจะกินแต่คนที่สร้างกรรมไว้มาก คนเหล่านั้นได้สูญเสียความเป็นมนุษยธรรมไปแล้ว ภายใต้สายตาของเสือจะเห็นเป็นสัตว์เดรัจฉานหาใช่รูปร่างอย่างคนไม่ ดังนั้นจึงเป็นเหยื่อสำหรับท้องของมัน ถ้าหากในสายตาของเสือเห็นเป็นคนแล้ว มันจะไม่กินเป็นอันขาด นับประสาอะไรกับผู้ที่บำเพ็ญพุทธมามกะ หย่งเหลียนได้ฟังแล้วถึงกับเผลอตบมือขึ้นมาพรางหัวเราะแล้วทูลว่า องค์หญิงเพคะ คราวนี้ท่านพูดผิดแน่ ๆ เลย เมื่อก่อนนี้ผู้ที่อยู่ที่วัดจินกวง หมิงล้วนเป็นพระสงฆ์ทั้งนั้น เป็นพุทธสาวก ล้วนถือศีลกินเจ สวดมนต์ไหว้พระ ในที่สุดก็มีพระหลายรูปถูกเสือโคร่งเอาไปกิน หรือว่าพระสงฆ์เหล่านั้นมีรูปร่างไม่เหมือนคน หรือว่าพวกจ้าวป่าเกิดตาลายเข้าใจผิดจึงกินเอา นี่เป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้
      องค์หญิงได้ฟังแล้วก็ทรงพระสรวลขึ้นแล้วตรัสว่า หย่งเหลียนเอ๋ย ! เธอนี่นับว่าเฉลียวฉลาดแต่ในฌานนี้เจ้ามองไม่ทะลุหรอก เธอคิดว่าการถือศีลกินเจตลอดชีวิต สวดมนต์ไหว้พระทุก ๆ วัน ก็นับว่าเป็นผู้บำเพ็ญแล้วสำเร็จสัมมามรรคแล้วหรือ ฉันจะยกตัวอย่างให้เธอฟัง ตอนนี้ถ้ามีคน ๆ หนึ่งเป็นคนกินเจ เป็นคนสวดพุทธมนต์ แต่อีกด้านหนึ่งก็ข่มขืนชำเรา ปล้นจี้ ขโมย วางเพลิง ฆ่าคน สร้างอกุศลกรรมต่าง ๆ เธอว่าคน ๆ นี้นับเป็นพุทธสาวกหรือเปล่า สามารถบำเพ็ญจนสำเร็จสัมมามรรคไหม ในสายตาจ้าวป่าจะเห็นคน ๆ นี้มีลักษณะเป็นคนไหม อีกอย่างหนึ่ง พระสงฆ์ดูจากภายนอกก็ดูเหมือนพุทธสาวก ถึงแม้จะตั้งใจบำเพ็ญอยู่ไม่น้อย แต่จิตใจมักไม่สะอาดมักละเมิดศีลอยู่บ่อย ๆ แม้จะก่อกรรมเพียงห้าส่วน แต่คนที่บวชแล้วต้องเพิ่มเป็นสองเท่า จึงกลายเป็นกรรมสิบส่วน
      นี่เพราะรู้จักศีลแต่ทำผิดศีลก็ต้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว พวกภิกษุสงฆ์ที่ถูกเสือโคร่งเอาไปกินนั้น พวกเขาต้องมีอกุศลกรรมแน่นอน หรือไม่ก็เป็นกรรมเก่าจากอดีตชาติ มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่ได้รับเคราะห์กรรมอย่างนี้ เมื่อมีมารภายนอกมาผจญก็ต้องมีเหตุเกี่ยวข้องกัน ถ้าหากจิตใจรวมเป็นหนึ่งแล้วมารภายนอกไม่อาจมาผจญได้ เพราะฉะนั้นเสือโคร่งจากเขาเย โหม่วมาก็ไม่เป็นไร เสือโคร่งก็ส่วนเสือโคร่งพวกเราบำเพ็ญก็ส่วนบำเพ็ญ ต่างก็ไม่เกี่ยวข้องกัน เธอวางใจได้ เมื่อหย่งเหลียนได้ฟังแล้วดูเหมือนค่อยสบายใจขึ้น พยักหน้าพูดขึ้นว่า หากเป็นเช่นนี้ บ่าวก็จะติดตามองค์หญิงไปบำเพ็ญด้วย จะได้ขจัดเคราะห์กรรมต่าง ๆ และพ้นจากวัฎสงสาร องค์หญิงตรัสว่า ความตั้งใจของเธอนั้นน่ายินดี
      แต่การบำเพ็ญมิใช่ง่าย ๆ มิใช่แค่ทำแค่อารมณ์ชั่ววูบ ใจต้องแน่วแน่ ในอนาคตเมื่อมีอุปสรรคก็คิดท้อถอยหรือคิดกลับใจ ก็เปลืองแรงเปล่า ๆ แล้วก็ไม่บรรลุธรรม จะไปลำบากลำบนกันทำไม เรื่องทุกอย่างต้องระมัดระวังตั้งแต่ต้นจรดปลาย เมื่อเธอคิดจะบำเพ็ญต้องมีความตั้งใจแต่ต้นจรดปลาย หย่งเหลียนทูลว่า มีเพคะ หากไม่เชื่อก็ให้บ่าวสาบานตนตั้งปณิธาน พูดแล้วก็คุกเข่าหันออกไปข้างนอก กล่าวว่า พระเข้าเบื้องบนพระธรณีเบื้องล่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ผ่านไปมาโปรดวินิจฉัยจิตข้า บ่าวหย่งเหลียนขอตั้งปณิธานบำเพ็ญ หากคิดเปลี่ยนใจเลิกล้มกลางคัน ขอให้ฟ้าผ่าเผาตัว ยินดีรับโทษ พูดจบก็กราบลงไปสามครั้ง แล้วลุกขึ้น องค์หญิงเมี่ยวส้านเห็นเธอศรัทธาตั้งมั่นเช่นนี้ ก็เป็นอันว่าได้เพื่อนร่วมบำเพ็ญอีกคนหนึ่ง รู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ  การบำเพ็ญมิใช่เรื่องแปลก ขึ้นอยู่กับผู้มีศรัทธา

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ