กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม

4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล

เมื่อพระธิดาเมี่ยวส้านได้ฟังโอวาทพระมารดาแล้ว รอคอยจนกว่าพระมารดาจะหยุดดำรัสแล้วจึงกราบทูลว่า พระมารดาไม่ทรงทราบอะไร มดแม้จะเป็นแมลงเล็ก ๆ แต่ก็เป็นชีวิตหนึ่งเหมือนกัน ลูกหญิงทอดพระเนตรเห็นพวกเขาต่อสู้กัน บาดเจ็บล้มตายกันมาก ๆ น่าสมเพชเวทนายิ่งนัก ไม่อาจทนพระทัยอยู่ได้ ดังนั้นจึงหาวิธีแก้ไขพวกเขา จะได้ไม่ต้องฆ่ากันตายอีก พวกมดเหล่านั้นดูเหมือนมีจิตวิญญาณ ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่กัดหม่อมฉัน ขณะที่กราบทูลมาถึงตอนนี้ ก็ให้บังเอิญราชาเมี่ยวจ้วนเสด็จเข้ามาในตำหนัก จึงทรงถามว่า พวกเรากำลังสนทนาอะไรกัน มเหสีเป่าเต๋อจึงไม่อาจที่จะไม่ทรงเล่าเรื่องอีกครั้งหนึ่ง ราชาเมี่ยวจ้วนทรงฟังแล้วก็สรวลว่า เด็กคนนี้ฉลาดปราดเปรื่องนัก อะไรก็ดีไปหมด เกิดมาก็มีนิสัยแปลกพิลึก ไม่เหมือนนิสัยของเด็กทั่วไป กิริยายังกับพระนางพุทธะ ทำให้ตนไม่ค่อยสบายใจ ยังต้องพึ่งมเหสีให้เอาพระทัยอีกหน่อย คอยสั่งสอนแนะนำ จนได้แก้ไขนิสัยเหล่านั้นบ้าง จะได้ทำให้คนเขารักใคร่หน่อย พระนางเป่าเต๋อก็ทรงรับคำ
      พระดำรัสของราชาเมี่ยวจ้วนทั้งหมดนี้พระธิดาเมี่ยวส้านได้ฟังก็ไม่สนพระทัย แต่พระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนทรงฟังแล้วรู้สึกพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ความเจ็บแค้นเมื่อครู่นี้ค่อยคลายลงบ้าง พระพักตร์เริ่มผ่องใส แล้วค่อย ๆ เผยพระพักตร์ที่แย้มสรวลออกมา ทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าพระธิดาเมี่ยวส้านมีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะแก้ไขได้ เมื่อเสด็จพ่อมีพระดำรัสเช่นนี้ก็ปล่อยให้น้องเธอสำแดงไป สักวันหนึ่งคงหมดความปีติยินดี โบราณกล่าวไว้แล้ว สันดอนขุดง่ายสันดานขุดยาก นับตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีทางแก้ไขได้ พระธิดาเมี่ยวส้านเมื่อประสูติมาแล้วก็มีพุทธจิตเมตตาอยู่แล้ว แม้จะมีพลังจากภายนอกมากน้อยประการใด จะคิดแก้ไขแม้เพียงเล็กน้อยก็ยากนัก พระนางเป่าเต๋อแม้จะใช้วาจาอ่อนโยนชักจูงตักเตือนพระธิดา พระธิดาก็ยังคงดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ ไม่สะทกสะท้านแต่ประการใด วันหนึ่งฤดูร้อน ตะวันใกล้จะพลบค่ำ ภายในตำหนักอบอ้าว พระธิดาจึงเสด็จออกไปเดินเล่น
      เมื่อดำเนินมาถึงใต้ร่มหลิว มีลมเย็นพัดมาทำให้รู้สึกเย็นสบาย จึงประทับลงบนก้อนหินเพื่อรับลมเย็น ลมก็ช่างมีน้ำใจเหลือเกิน บรรยากาศชวนฝันอย่างผิดปกติ ขณะนั้นมีจักจั่นตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ดีดปีกทำเสียงกรี๊ด ๆ ไม่หยุดเหมือนดนตรีธรรมชาติขับกล่อมให้สบายอารมณ์ พระธิดาเมี่ยวส้านประทับองค์เดียวท่ามกลางสภาวะอันเงียบสงบ ก็ได้แต่ครุ่นคิดและรำพึงว่ามนุษย์ในโลกนี้หนอเหน็ดเหนื่อยตรากตรำเพื่อแก่งแย่งลาภยศชื่อเสียง ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา ได้รับความทุกข์ยากและเภทภัยจนกระทั่งตัวตายก็ยังไม่เข้าใจ น่าสมเพชเวทนายิ่ง คิดค้นหาวิธีทำอย่างไรที่จะทำให้มนุษย์โลกนี้เข้าใจถ่องแท้ จะได้หมดกิเลสและเคราะห์กรรม
      ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงครุ่นคิดหาหนทาง ยิ่งคิดก็ยิ่งลึก รวมจิตประทับนิ่งเงียบเหมือนกำลังทำสมาธิ ขณะที่จิตกำลังอยู่ในภวังค์ เสียงขับกล่อมที่เพลิดเพลินของจักจั่นฉับพลับกลายเป็นเสียงร้อนรน เหมือนกับกำลังเผชิญกับศัตรู ทำให้พระธิดาเมี่ยวส้านตกพระทัยจนต้องระงับการครุ่นคิด ทอดพระเนตรไปตามหาที่มาของเสียง ก็ทอดพระเนตรเห็นจักจั่นตัวดำที่อยู่บนกิ่งไม้กำลังร้องเสียมขรม ข้าง ๆ มีตั๊กแตนตำข้าวตัวหนึ่ง กำลังเอาขาข้างหน้าทั้งสองจับจักจั่นอยู่ในง่ามขาชูคอที่เล็กยาวขึ้นมา กำลังจะกัดกินเจ้าจักจั่นอยู่ พระธิดาเมี่ยวส้านเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นคิดในใจว่าเจ้าจักจั่นตัวนั้นกำลังขอความช่วยเหลือจากฉันอยู่
      ถ้าหากฉันยังนิ่งดูดาย ชีวิตของมันก็จบลงภายใต้ฟันของตั๊กแตนดีที่กิ่งหลิวนั้นไม่สูงนัก ถ้ายืนบนก้อนหินก็คงเอื้อมไปถึง พระธิดาจึงรีบกระโดดขึ้นไปบนกองหิน แล้วยืนบนหินขณะกำลังจะยื่นพระหัตถ์ไปจับตั๊กแตน เจ้าตั๊กแตนพอเห็นคนมา จึงรีบปล่อยจักจั่น แล้วยกง่ามขาขึ้น ส่วนเจ้าจักจั่นได้โอกาสร้องกรี๊ดขึ้นแล้วก็กระพือปีกบินหนีไป พระธิดานิ่งดูอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่พระหัตถ์ขวาจะเอื้อมไปจับตั๊กแตนนั้น พอเห็นจักจั่นบินหนีไปแล้วก็ไม่คิดจะไปจับตั๊กแตนอีก ขณะที่จะหดพระหัตถ์กลับมา ทันใดนั้น แค่ชั่วพริบตาเดียว ง่ามขาที่แหลมคมของตั๊กแตนก็จิกลงบนหลังพระหัตถ์ของพระธิดาโดยไม่ปรานีปราศรัย เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมา บาดแผลที่ได้รับครั้งนี้ เจ็บปวดแวบเข้าไปถึงพระทัยทำให้พระธิดาตกพระทัยกลัวจนพระเนตรพร่ามัว พระชานุทั้งสองอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ จึงตกลงมาจากก้อนหิน มุมขวาของพระนลาฎก็ไปกระแทกเข้ากับก้อนหิน ทำให้เกิดบาดแผลขึ้น พระบาทซ้ายก็ไปเกี่ยวเอากับรากไม้เข้าทำให้ข้อเท้าหลุด โลหิตที่พระเศียรไหลพราก
      พระธิดาเมี่ยวส้านทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว จึงสลบไสลไปในที่สุด เมื่อพระวรกายตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดพระองค์ก็บรรทมอยู่บนที่บรรทมในตำหนักเสียแล้ว ราชาเมี่ยวจ้วนและมเหสีเป่าเต๋อทรงเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ทุก ๆ คนชุลมุนวุ่นวาย เมื่อเห็นพระธิดาฟื้นขึ้นมาก็ดำรัสว่า ดีแล้ว ๆ ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วพระธิดาทรงหวนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น รู้สึกเจ็บปวดมาก บาดแผลบนศรีษะได้ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ข้อพระบาทยังไม่ได้ขยับเข้าที่ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทั้งสองแห่งยากที่จะทนอยู่ได้ จึงร้องครางหงิง ๆ ออกมา ขณะที่พระธิดาสลบไสลอยู่ใต้ต้นหลิวนั้น พระนางเป่าเต๋อประทับอยู่ในตำหนัก ไม่เห็นวี่แววพระธิดาเมี่ยวส้านนานโขอยู่ พระทัยรู้สึกร้อนกระวนกระวาย จึงให้เหล่ากำนัลออกไปตามหาก็พบพระธิดาสลบอยู่ใต้ต้นหลิว มีโลหิตอาบพระเศียรอยู่ จึงพุ่งทะยานเข้ามาในตำหนัก แล้วกราบทูลมเหสีเป่าเต๋อ เหล่านางกำนัลจึงรีบออกไปช่วยกันหามพระธิดาเข้ามาในตำหนักเพื่อเยียวยาทำบาดแผล แล้วก็รอคอยจนกว่าพระธิดาฟื้นคืนสติกลับมา
      ราชาเมี่ยวจ้วนทรงถามพระธิดาน้อยว่า ลูกรัก! เจ้าทำไมจึงหกล้มขนาดนี้ ตอนนี้รู้สึกว่าเจ็บตรงไหนบ้าง รีบ ๆ บอกให้เสด็จพ่อรู้ พระธิดาเมี่ยวส้านทรงรู้ถึงความเข้มงวดของราชาเมี่ยวจ้วนดี เมื่อทรงเล่าให้รู้แล้ว ก็ต้องทรงพระพิโรธและแค้นเคืองเป็นแน่แท้ แต่เพราะพระธิดามีพระนิสัยสัตย์ซื่อจึงไม่ยอมที่จะเท็ดทูลแม้แต่นิด จึงสู้ทนที่จะเล่าถึงความเป็นมาที่ทรงช่วยเหลือเจ้าจักจั่นจนได้บาดเจ็บให้ฟังอย่างละเอียดลออ เมื่อราชาเมี่ยวจ้วนทรงฟังแล้วได้แต่ส่ายพระเศียรไปมาแล้วดำรัสว่า ลูกรัก มิใช่เสด็จพ่อพูดกับเจ้าเสมอ ๆ ว่า อย่าได้ธุระกับเรื่องไร้สาระ เจ้าก็ไม่ยอมเชื่อฟัง วันนี้ก็พลัดตกลงมาจนได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ เป็นเพราะต้องการช่วยเหลือจักจั่นตัวหนึ่ง มิใช่รนหาทุกข์มาใส่ตัวหรอกหรือ โบราณพูดไว้ว่า "ลำบากเสียหน่อยจึงจะรู้ดี" วันนี้ลูกก็ได้รับทุกข์อย่างแสนาหัสแล้ว ต้องจดจำไว้ให้ดี ๆ อย่าได้ทำอะไรตามอำเภอใจ 
      เมื่อพระธิดาได้ฟังพระดำรัสแล้ว ก็ทรงขานรับคำสองคำแล้วก็ครวญครางต่อไป ขณะนั้นมเหสีเป่าเต๋อเห็นความเจ็บปวดของพระธิดาน้อยอย่างนั้น พระทัยพลอยเจ็บช้ำยิ่งนัก ก็ทรงดำรัสถามลูกว่า ลูกรัก ! ตอนนี้ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง พระธิดาอดกลั้นต่อความเจ็บปวดแล้วทรงตอบว่า เสด็จแม่ ! ทั่วทั้งตัวก็เจ็บปวดไปหมด ที่ศรีษะและขาข้างซ้ายปวดมากที่สุด ขาข้างซ้ายดูเหมือนข้อเท้าจะแพลงเพคะ เสด็จแม่จึงเอาพระหัตถ์ไปคลำดูที่ข้อเท้าข้างซ้ายรู้สึกว่ากระดูกจะเคลื่อน พระนางถึงกับกระโดดขึ้นมาแล้วดำรัสอย่างร้อนพระทัยว่า ทำไงดี ๆ ราชาเมี่ยวจ้วนจึงมีพระราชโองการให้นำแพทย์หลวงรีบเข้าวัง เพื่อช่วยรักษาให้พระธิดาทั้งยังรินพระโอสถให้พระธิดาเสวยด้วย
      เหตุการณ์วุ่นวายกันสักพักใหญ่ ๆ ความเจ็บปวดจึงค่อย ๆ ทุเลาลง ในที่สุดก็บรรทมหลับไป ทุกคนต่างโล่งอก การบรรทมครั้งนี้ของพระธิดานานยาวนับเดือน โดยไม่สามารถลุกออกจากพระที่ได้ ราวกับว่าได้เกิดการเจ็บหนัก สำหรับบุคคลข้างเคียงจะรู้สึกเคียดแค้น และจะโทษเจ้าจักจั่นกับตั๊กแตนที่ทำให้พระธิดาต้องได้รับบาดเจ็บมากมายเช่นนี้ แต่พระธิดากลับไม่เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่มีความรู้สึกเสียใจอะไรแม้แต่น้อย กลับตรงข้าม เมื่อพระวรกายได้รับความเจ็บปวดบ้าง ในพระทัยกลับรู้สึกปลอบประโลมเป็นอย่างมาก การจับเจ่าอยู่กับที่บรรทม กลับไม่รู้สึกว่า เจ็บปวดอะไรมากนัก
      หนึ่งเดือนต่อมา จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นได้ การย่างก้าวคงเหมือนเดิม ข้อเท้าที่บาดเจ็บก็หายดีแล้ว รอยแผลที่หลังพระหัตถ์ก็หายหมดแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ศรีษะที่แผลยังหายไม่สนิท ทุกคนก็ไม่ต้องเที่ยวหายาดีมาช่วยทาแล้ว เวลาผ่านไปอีกหลายวันทุกอย่างก็หายเป็นปกติ บริเวณที่มุมหน้าผากที่เกิดรอยแผลขนาดเท่าเม็ดลำไยก็เหมือนกับหยกสวยที่มีรอยตำหนิ ช่างไม่สวยเอาเสียเลย ทำให้พระนางเป่าเต๋อรู้สึกไม่สบายพระทัยต่อรอยแผลนี้ จึงกราบทูลกับราชาเมี่ยวจ้วนว่า ใบหน้าหมดจดงดงามของพระธิดามีรอยแผลเช่นนี้ ทำให้หมดความสวยงามไป หม่อมฉันว่าในประเทศคงไม่ขาดแคลนหมอมือดีหรอกนะ
      พระองค์ก็เป็นถึงจอมกษัตริย์ หากมีพระราชโองการให้แสวงหาผู้ที่มีฝีมือดีมารักษารอยแผลของพระธิดา คงไม่เป็นเรื่องยากหรอกกระมังคะ ทำไมฝ่าบาทจึงไม่ลอง ๆ ดูหรือเพคะ ราชาเมี่ยวจ้วนฟังแล้วก็พยักหน้ารับ พองันรุ่งขึ้น ก็มีพระราชโองการให้ประกาศหาผู้ที่สามารถรักษาพระธิดาสามให้หาย จะมีรางวัลสองพันชั่ง แล้วแต่งตั้งเป็นแพทย์หลวงอีกตำแหน่งหนึ่ง เมื่อประกาศสำนักพระราชวังออกมา ผู้ที่มีฝีมือต่างก็หวังเงินรางวัล จึงแย่งกันเข้ามารักษา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันรักษา หมดยาไปกว่า 10 ขนาน ก็ยังไร้ประสิทธิผล ในพระทัยราชาเมี่ยวจ้วนไม่สู้พอพระทัยนัก ประเทศออกใหญ่อย่างนี้ ล่วนมีแต่หมอสามัญ จะหาหมอที่มีความสามารถสักคนก็ไม่มี แผลเป็นของพระธิดาก็ไม่มีทางรักษาหายได้เหมือนหยกงามมีตำหนิ น่าเสียดายยิ่ง ขณะที่ทรงกังวลอยู่ก็ให้บังเอิญมีหมอแปลกประหลาดคนหนึ่งนั่นคือ อย่ากังวลที่มีตำหนิ รอคอยผู้มีบุญสัมพันธ์

อ่านต่อ >>>

ตอนที่ 1 ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
ตอนที่ 2 หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
ตอนที่ 3 คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ตอนที่ 4 ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
ตอนที่ 5 แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
ตอนที่ 6 เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
ตอนที่ 7 โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ตอนที่ 8 ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
ตอนที่ 9 แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
ตอนที่ 10 นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ตอนที่ 11 ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
ตอนที่ 12 กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
ตอนที่ 13 มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ตอนที่ 14 ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
ตอนที่ 15 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
ตอนที่ 16 พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ 17 ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
ตอนที่ 18 คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ตอนที่ 19 ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
ตอนที่ 20 มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ตอนที่ 21 ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
ตอนที่ 22 สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
ตอนที่ 23 เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
ตอนที่ 24 สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ตอนที่ 25 ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ